
Yield Curveเพิ่มขึ้นในตราสารระยะสั้น แต่กลับลดลงในตราสารระยะยาว
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (15 ก.พ. 2553) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2,822,482.52 ล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 564,496.50 ล้านบาท ทั้งนี้จากข้อมูลตลอดทั้งสัปดาห์พบว่า มูลค่าการซื้อขายโดยรวมทั้งหมดสามารถแบ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายแบบ Outright ที่ 327,508.57 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.60% ของมูลค่าการซื้อขายรวม
ทั้งนี้ มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright พบว่า พันธบัตรองค์กรภาครัฐ (State Agency Bond) มีปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 258,587.50 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 78.96% ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 11.86% ตามมาด้วย พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 36,457.60 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.13% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 6.60% ต่อมาเป็น ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 24,583.05 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7.51% ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 11.90%
ทางด้าน หุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,593.19 ล้านบาท และ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Owned Enterprise Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 1,347.97 ล้านบาท
สำหรับตราสารหนี้ที่มีปริมาณการซื้อขายแบบ Outright สูงสุดเป็นสามอันดับแรก ในส่วนของ พันธบัตรรัฐบาล คือ รุ่น LB155A, LB16NA และ LB145B มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 5,395.57 ล้านบาท 4,393.28 ล้านบาท และ 4,177.95 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วน พันธบัตรรัฐวิสาหกิจและพันธบัตรองค์กรภาครัฐ คือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่น CB10222A, CB10223A และ CB10216A มูลค่า 61,418.99 ล้านบาท 59,900.80 ล้านบาท และ 17,350.63 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับ หุ้นกู้ภาคเอกชน นั้น หุ้นกู้ของบริษัท น้ำตาลมิตรผล (MPSC155A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 1,198.42 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH156A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 1,194.60 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL155A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 1,188.91 ล้านบาท ตามลำดับ
อัตราผลตอบแทน
การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตราสารระยะสั้น แต่กลับปรับตัวลดลงในตราสารระยะยาว โดยพันธบัตรอายุคงเหลือ 1 ถึง 6 เดือน อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 1 ถึงบวก 3 bp. พันธบัตรระยะสั้นอายุ 1 ถึง 3 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 5 ถึงบวก 9 bp. สำหรับพันธบัตรระยะกลาง 5 ถึง 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้นลงอยู่ระหว่างลบ 9 ถึงบวก 2 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่างลบ 5 ถึงลบ 11 bp.







