
งบสมดุล5ปีสะดุด
นโยบายหาเสียงพรรคการเมืองทำงบสมดุล 5 ปีเสียศูนย์ เชื่อรัฐบาลใหม่เกหมดหน้าตัก
นโยบายหาเสียงพรรคการเมืองทำงบสมดุล 5 ปีเสียศูนย์ เชื่อรัฐบาลใหม่เกหมดหน้าตัก
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ติดตามรวบรวมนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อนำมาประเมินผลและวิเคราะห์ว่ามีผลกระทบกับรายได้รายจ่าย และการทำงบประมาณสมดุลภายใน 5 ปี ของกระทรวงหรือไม่อย่างไร
นอกจากนี้ ในการประชุมติดตามการจัดทำงบประมาณสมดุล 5 ปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาร่วมกับกรมบัญชีกลาง พบว่าขณะนี้มีปัญหาช่องว่างของรายได้กับรายจ่ายอยู่ และข้อมูลที่ไม่ชัดเจนว่าจะสามารถทำงบประมาณสมดุลได้ตามที่ตั้งไว้หรือไม่ จึงสั่งให้กรมบัญชีกลางไปดำเนินการใหม่
“ข้อมูลตัวเลขงบสมดุล 5 ปี ที่กรมบัญชีกลางทำมา ภาพไม่ชัดเจนหลุดจากกรอบที่วางไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ยังประเมินอะไรไม่ได้” นายอารีพงศ์ กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงการ คลัง เปิดเผยว่า นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองว่ามีนโยบายอะไรบ้างที่กระทบกับรายได้ของประเทศ เพราะมีบางพรรคการเมืองเสนอ|ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% ซื้อบ้าน ซื้อรถ ได้คืนภาษี
ขณะที่บางพรรคให้ผู้ประกอบการที่ขึ้นค่าจ้างนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 4 เท่า และยังมีนโยบายลดภาษีมูลค่าเพิ่มลง 2% จาก 7% เหลือ 5% ซึ่งล้วนมีผลทำให้รายได้ของประเทศลดลงทั้งนั้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังตั้งนโยบายทำงบสมดุลภายใน 5 ปี หรือให้สมดุลภายในปีงบประมาณ 2558 เพื่อรักษาวินัยและเสถียรภาพการเงินการคลัง หลังจากที่ต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลมาหลายปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกรอบงบประมาณปี 2555 ที่ต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาพิจารณามีวงเงิน 2.25 ล้านล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ 1.9 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท ขาดดุลลดลงจากปี 2554 ถึง 7 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม งบประมาณปี 2555 คาดว่าจะพิจารณานำมาใช้ไม่ทันภายในเดือน ต.ค. 2554 นี้ ซึ่งกรอบวงเงินทำงบประมาณยังขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ เพราะหากเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่ได้เข้ามาอีกรอบคาดว่าจะคงกรอบงบประมาณเดิมไว้ แต่หากไม่ใช่คาดว่าผู้ที่มาเป็นรัฐบาลใหม่จะมีการปรับกรอบวงเงิน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ร่วมกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเตรียมข้อมูลให้กับรัฐบาลใหม่ รวมทั้งสถานะของประเทศไทยและภาระการคลังด้วย







