
คมนาคมรอชงบิ๊กโปรเจกต์ครม.ใหม่
พรรคใดไม่เกี่ยงโครงการเพียบทั้งรถไฟไทยจีนถนนปลอดฝุ่น
พรรคใดไม่เกี่ยงโครงการเพียบทั้งรถไฟไทยจีนถนนปลอดฝุ่น
“คมนาคม” เตรียมเสนอโครงการลงทุนรัฐบาลใหม่หวังเร่งพัฒนาการบริการแข่งนานาชาติ
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดลำดับความสำคัญโครงการลงทุนของกระทรวงเพื่อนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณา โดยมีโครงการใหม่หลายโครงการด้วยกัน อาทิ การใช้ประโยชน์และพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการถนนปลอดฝุ่นระยะที่ 2 เพื่อไม่ให้กิจการต่างๆ หยุดชะงัก
ทั้งนี้ รวมถึงการสรรหาผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) เป็นต้น
สำหรับการใช้ประโยชน์และพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทางสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ได้ศึกษาและสรุปข้อมูลให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) และสรุปส่งมาที่กระทรวงคมนาคมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อสรุปเรื่องดังกล่าวจึงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายสุพจน์ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการถนนปลอดฝุ่นจัดอยู่ในงบประมาณแต่ละปีของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) แต่หากรัฐบาลใหม่ต้องการเร่งดำเนินการ อาจนำมาปรับเพิ่มงบประมาณเพื่อทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้
ด้านโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ขณะนี้ทางฝ่ายจีนยังไม่ตอบรับมาแต่อย่างใด ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมได้ส่งหนังสือและกรอบการเจรจาไปตั้งแต่เดือน มี.ค. 2554 แล้ว ดังนั้นจึงต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินงานต่อไป
อย่างไรก็ตาม โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน เป็นโครงการของรัฐบาลไทยที่จะร่วมทุนกับรัฐบาลจีน มีทั้งหมด 5 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย 2.กรุงเทพฯ-ระยอง 3.กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ 4.กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และ 5.กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
ทั้งนี้ ทางการจีนต้องการทำรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ เพิ่มแต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ ซึ่งความคืบหน้าล่าสุด ทางจีน สนใจที่จะทำรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางกรุงเทพอรัญประเทศ แต่กระบวนการที่ประชุมรัฐสภา ได้เห็นชอบร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือ ด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทย กับจีน โดยจะร่วมมือกันพัฒนาการก่อสร้างทาง, การเดินรถไฟ และการบริหารจัดการกิจการ รถไฟความเร็วสูง ใน 5 เส้นทางหลัก เท่านั้น หากเพิ่มเส้นทางใดๆ จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของครม.และรัฐสภาตามขั้นตอน ซึ่งจะต้องดำเนินการในรัฐบาลชุดใหม่อีกครั้ง
“ส่วนรายละเอียดที่ต้องหารือระหว่างไทย-จีนนั้น จะต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งไทยจะต้องถือหุ้น 51% เรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับส่วนอื่นๆ นั้น ขึ้นอยู่กับข้อตกลงร่วมกันในระดับปฏิบัติและระดับนโยบาย” นายสุพจน์ กล่าว







