
คปภ.บี้ประกันจ่ายเครม เสียชีวิต-ทุพพลภาพเพิ่มเป็น3แสนบาท
สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
ได้ประกาศปรับค่าสินไหมทดแทนการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2554 เป็นต้นไป จะมีการปรับสิทธิประโยชน์เพิ่มการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพจากอุบัติเหตุรถยนต์เพิ่มจาก 1 แสนบาท เป็น 3 แสนบาท และเมื่อรวมกับการประกันภัยภาคบังคับ บริษัทประกันภัยต้องจ่ายชดใช้ความเสียหายต่อชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรขั้นต่ำรายละ 5 แสนบาท เพื่อเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์การดูแลช่วยเหลือประชาชนมากยิ่งขึ้น
ทางด้านภาวะเศรษฐกิจนั้น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช. แถลงตัวเลขแนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้ว่าจะโตที่ระดับ 3.5-4.5% จากภาคท่องเที่ยวและส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง และราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูง
ช่วงไตรมาสแรกเศรษฐกิจประเทศไทยมีการขยายตัว 3% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสูงเป็นประวัติการณ์ 5.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15% เรียกว่าเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะฟื้นตัวแล้ว
สอดคล้องกับมุมมองด้านเศรษฐกิจของนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัวตามคาด และเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และสูงกว่านักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ประเมินไว้เฉลี่ย 2.6%
นอกจากพยากรณ์เศรษฐกิจแล้ว ธปท.ยัง ได้ออกประกาศกำหนดการปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์นำไปเป็นกรอบปฏิบัติหากสนใจจะทำธุรกรรมนี้ โดยกำหนดให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อดังกล่าวให้ลูกค้ารายย่อยกู้ได้ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย และให้คิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 28% ต่อปี เท่ากับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลในปัจจุบัน
ธปท.จะเปิดทางให้ธนาคารที่สนใจให้กู้สามารถคิดดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับต่างๆ ได้ตามที่จ่ายไปจริง และสมควรแก่เหตุ อาจสูงกว่า 28% ได้ตามความเสี่ยงของลูกค้าแต่ห้ามเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน จะเริ่มให้มีผลบังคับใช้ 1 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป
หลังจากประกาศ ธปท.ออกมา นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย ก็ขานรับทันที โดยนายสถิตย์ กล่าวว่า ธนาคารกำลังทำกลยุทธ์ใหม่เพื่อทำธุรกรรมไมโครไฟแนนซ์ เน้นลูกค้า 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด และคนงานในโรงงานและคนงานภาคเกษตร กำหนดเงื่อนไขเบื้องต้นเป็นสินเชื่อบุคคลปล่อยกู้รายละไม่เกิน 1-3 แสนบาท ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก เอ็มอาร์อาร์ บวก 8.9% หรือ 15.9%
ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดตัวโครงการลดดอกเบี้ยบัตรเครดิต สถาบันการเงิน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีวินัยทางการเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง 10% จากปัจจุบันเสียดอกเบี้ยอยู่เฉลี่ย 20% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.–สิ้นเดือน ส.ค.นี้
ขณะที่นายวินัย เครือตรีประดิษฐ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการเดินหน้าโครงการออกบัตรสินเชื่อให้ลูกค้าที่กู้เงินสามารถใช้กดเงินสดตามวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติผ่านตู้เอทีเอ็มได้ เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มแจกบัตรสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดีและมีความสามารถในการใช้บัตร
นายไตรรงค์ บุตรากาศ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ด้านกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าส่งลูกค้าสินเชื่อเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS (Portfolio Guarantee) ระยะที่ 3 ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นวงเงินไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นลูกค้ารายใหม่ 60% และลูกค้าเดิมของธนาคาร 40% ทั้งหมดจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มียอดขายต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน แบ่งเป็นลูกค้าธุรกิจขนาดกลาง 30% และธุรกิจขนาดย่อม 70%
สำหรับความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าดัชนีหุ้นปรับตัวลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ จากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวเศรษฐกิจโลก โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,067.00 จุด ลดลง 0.55% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 12.07% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 26,491.45 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิ







