
เลือกตั้งดันสิ่งพิมพ์พุ่ง
สะพัด4พันล.หวั่นค่าแรงเพิ่มส่งออกโตต่อหวังปี’58แสนล.
สะพัด4พันล.หวั่นค่าแรงเพิ่มส่งออกโตต่อหวังปี’58แสนล.
ธุรกิจสิ่งพิมพ์สดใส คาดส่งออกปีนี้ขยายตัว 30% เลือกตั้งเอื้อในประเทศพุ่ง 20% วาดเป้าปี 2558 ส่งออก 1 แสนล้าน
นายพรชัย รัตนชัยกานนท์ นายกสมาคมการพิมพ์ไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการพิมพ์ในปี 2554 คาดว่าจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 7.34 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีการเติบโตในส่วนของการส่งออกบรรจุภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น และในอาเซียนประเทศไทยถือเป็นอันดับ 1 ในด้านการส่งออกสิ่งพิมพ์ ซึ่งแนวโน้มการส่งออกจะยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าในปี 2558 ไทยจะมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 1 แสนล้านบาท เนื่องจากสินค้าไทยได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าเป็นอย่างดี สามารถแข่งขันได้ทั้งด้านราคาและคุณภาพ
ขณะที่ตลาดสิ่งพิมพ์ในประเทศปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวได้ในระดับ 10-20% จากปกติที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 23 แสนล้านบาท เพราะมีการเลือกตั้งเข้ามาเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ความต้องการใช้สื่อสิ่งพิมพ์มากขึ้น
สำหรับช่วงเลือกตั้งปีนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจการพิมพ์ 3,000–4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนที่มีมูลค่า 2,000 ล้านบาท ในการจัดทำป้ายหาเสียง โปสเตอร์ แผ่นพับ ใบปลิว โดยจะมีส่วนช่วยโรงพิมพ์ในภูมิภาคมีงานเข้ามาเพิ่มขึ้น เพราะผู้สมัครแต่ละคนส่วนใหญ่จะสั่งพิมพ์กับโรงพิมพ์ในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ยังคงมีปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการพิมพ์อยู่ คือ นโยบายการประกาศขึ้นค่าแรงของพรรคการเมืองต่างๆ เพราะจะส่งผลให้ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย เช่น หมึกพิมพ์ กระดาษ อุปกรณ์ที่ใช้ในการพิมพ์ ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% และส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทันที โดยจะทำให้การเดินไปสู่เป้าหมาย 1 แสนล้านบาท ทำได้ยากขึ้น
“ทุกวันนี้ธุรกิจการพิมพ์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยตัวธุรกิจโรงพิมพ์เอง โดยเฉพาะการพิมพ์หนังสือพ็อกเกตบุ๊ก และการเติบโตของการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ ที่ขยายตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ธุรกิจมีการเติบโตขึ้นในระดับสูง” นายพรชัย กล่าว
ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.ก.พ. 2554) มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,117 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่ม 170% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ไทยก้าวเป็นผู้นำของประเทศส่งออกสิ่งพิมพ์สูงสุดในอาเซียน ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ m







