
‘ยิ่งลักษณ์’ส่อวุ่นคดีวินมาร์คไม่จบ
รมว.คลัง มองคดียิ่งลักษณ์ให้ข้อมูลวินมาร์คอำพรางถือหุ้นเอสซีแอสเสท อาจมีปัญหายืดเยื้อ
รมว.คลัง มองคดียิ่งลักษณ์ให้ข้อมูลวินมาร์คอำพรางถือหุ้นเอสซีแอสเสท อาจมีปัญหายืดเยื้อ
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เคยให้การในคดีอำพรางการถือหุ้นของบริษัท วินมาร์คและเอสซีแอสเสท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงศาลจะเป็นผู้พิจารณา ว่าจะเป็นการให้การเท็จหรือไม่
รมว.คลัง ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยให้การไว้กับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในแง่ของความเป็นเจ้าของบริษัท ซึ่งสุดท้ายศาลตัดสินว่าทุกคนถือหุ้นแทน หรือเป็นนอมินี
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายตรวจสอบของ ก.ล.ต. ได้ประสานความร่วมมือกับก.ล.ต.ฮ่องกงและสิงคโปร์ ตรวจสอบความเป็นเจ้าของบริษัท วินมาร์ค ซึ่งได้ปรากฏเอกสารการถือหุ้นและการทำธุรกรรมว่าเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน
โดย ก.ล.ต. ตรวจพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในฮ่องกง ตั้งกองทุนเข้าไปถือหุ้นแทนในบริษัท วินมาร์ค โดยใช้ชื่อว่าซิเนตรา ทรัสต์ เพื่ออำพรางการก็ถือครองหุ้นในเอสซีแอสเสท ในช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในช่วงที่เป็นประธานบริษัท เอสซีแอสเสท เคยแจ้งตลาดหลักทรัพย์ ยืนยันว่า ตระกูลชินวัตรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวินมาร์ค และได้ให้การในเรื่องนี้กับศาลฎีกาฯ คดียึดทรัพย์อีกด้วย ทำให้นักกฎหมายประเมินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และบุตรของ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจผิดเข้าข่ายให้การเท็จ และให้ข้อมูลเท็จต่อนักลงทุนในตลาดหุ้น
นายกรณ์ ยืนยันว่า น.ส.นวพร เรืองสกุล ประธาน ก.ล.ต. เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเบื้องหลัง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเสนอชื่อ น.ส.นวพร ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
“ในการตั้ง น.ส.นวพร คนในพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ทราบเรื่องเลย ผมเชื่อว่าไม่มีนักการเมืองคนไหนเรียก น.ส.นวพรไปคุยได้ แต่ผมก็ต้องการคนอย่างนี้มาทำหน้าที่” รมว.คลัง กล่าว







