
บจ.ทุบสถิติสูงสุดตลาดหลักทรัพย์กำไรโตเกือบ 30% ชนะต้นทุนสูง
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ โดยมียอดขายและกำไรสุทธิทุบสถิติสูงสุด (อีกครั้ง) นับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดมาเมื่อปี 2517 แม้ต้นทุนหลายด้านเพิ่มขึ้นมากก็ตาม
จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 460 บริษัท หรือ 90.96% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 506 บริษัท (รวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 32 กองทุน) มีกำไรรวมสูงถึง 205,298 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปี 2554 เพิ่มขึ้น 29.74% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรรวม 158,244 ล้านบาท และมียอดขายรวมสูงถึง 2,120,798 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.22% และเพิ่มขึ้น 9.06% จากงวดไตรมาส 4 ปี 2553
“กำไรที่เกิดขึ้นมาจาก บจ.จำนวน 393 บริษัท หรือ 85.43% ของทั้งหมด ซึ่งกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นนับแต่จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์มา สะท้อนถึงพื้นฐานเศรษฐกิจซึ่งมีเสถียรภาพ และศักยภาพของผู้ประกอบการ บจ.ในการสร้างกำไรภายใต้ภาวะต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น และความพร้อมเพื่อการขยายตัวในอนาคต”
ทั้งนี้ บริษัทขนาดใหญ่ (SET50) มีกำไรเติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคมีกำไรสุทธิสูงสุด 80,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.02% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2553
ส่วนกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์มีกำไรสุทธิมากเป็นอันดับ 2 จำนวน 18,502 ล้านบาท แต่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในรอบนี้ 199.85% เทียบกับจำนวน 6,170 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปี 2553
“หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และหมวดธนาคาร มีทั้งยอดขายและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูงสุด 3 อันดับแรก โดยยอดขายรวมของทั้ง 3 หมวด คิดเป็น 58% ของยอดขายรวมทั้งหมด และกำไรสุทธิของทั้ง 3 หมวด คิดเป็น 67% ของกำไรสุทธิรวมทั้งหมด”
สำหรับบริษัทที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บริษัท ปตท. (PTT) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)
บริษัทในกลุ่ม SET100 มีกำไรสุทธิรวม 182,726 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.61% หรือ 297,760 ล้านบาท ในขณะที่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 84.92% แต่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 15.96% และต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 18.87% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 19.70% เป็น 20.19%
ทั้งนี้ บริษัทใน SET100 คิดเป็น 89.01% ของกำไรสุทธิของ บจ.รวม







