
1มิ.ย.ตั้งโต๊ะล้างหนี้รูดปรื๊ดแบงก์รัฐให้ดอกต่ำถึงส.ค.
1 มิ.ย.นี้ 3 แบงก์รัฐลดหนี้บัตรเครดิต
1 มิ.ย.นี้ 3 แบงก์รัฐลดหนี้บัตรเครดิต
คิดดอก 10% ผ่อน 13 ปี เตรียมลุยเฟส 2 ลดหนี้ “บัตรเงินสด” ฟุ้งปลายเดือนนี้เอทีเอ็มแบงก์รัฐคิดค่าต๋ง 10 บาท
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดตัวโครงการลดภาระดอกเบี้ยบัตรเครดิต สถาบันการเงิน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีวินัยทางการเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยแค่ 10% จากปัจจุบันเสียดอกเบี้ยอยู่เฉลี่ย 20% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ถึงสิ้นเดือน ส.ค. 2554
ทั้งนี้ คุณสมบัติของลูกหนี้บัตรเครดิตที่จะเข้าโครงการนี้ ต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตสถานะปกติตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2554 มีความสามารถในการชำระหนี้ตามเกณฑ์ของธนาคาร โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน และที่สำคัญลูกหนี้ต้องมีหนังสือแสดงเจตจำนงกับธนาคารว่าจะไม่ก่อภาระหนี้บัตรเครดิตใบดังกล่าวเพิ่มเติมในเวลา 1 ปี
สำหรับเงื่อนไขของการปล่อยกู้ จะให้กู้ไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน หรือไม่เกินรายละ 3 แสนบาท ผ่อนชำระตั้งแต่ 13 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) บวก 3.5% หรือปีละประมาณ 10% ซึ่งหากได้รับการอนุมัติเงินกู้แล้ว ธนาคารจะจ่ายเป็นเช็คเงินสดโดยระบุสถาบันการเงิน และบริษัทบัตรเครดิตที่เป็นเจ้าหนี้
ธนาคารออมสินจัดเตรียมวงเงินในการรับรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต 4,500-5,000 ล้านบาท ธนาคารอิสลามฯ ตั้งวงเงินไว้ 1,000 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทย 4,500-5,000 ล้านบาท
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า โครงการลดหนี้บัตรเครดิตถือว่าเป็นการแก้ปัญหาหนี้ในระบบเฟสแรก ซึ่งจะช่วยลดภาระกลุ่มมนุษย์เงินเดือนเป็นหลัก แต่หลังจากนี้จะมีเฟส 2 โดยจะลดหนี้ให้กับผู้ที่ใช้บริการบัตรเงินสดของนันแบงก์ที่ปัจจุบันเสียดอกเบี้ยสูงถึง 28%
อย่างไรก็ดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลตัวเลขทั้งหมด คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ในเร็วๆ นี้
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารอิสลามฯ จะลงนามการจัดทำระบบเอทีเอ็มพูล ซึ่งจะคิดค่าธรรมเนียมการใช้บริการ 10 บาทในทุกกรณี
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตส่งผลกระทบต่อลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ที่ใช้บริการบัตรเครดิตซึ่งอาจหายไปบ้าง แต่เชื่อว่าเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่กระทรวงการคลังพยายามนำมาใช้เพื่อการหาเสียง ต้องรอดูผลการเลือกตั้งว่ารัฐบาลใหม่จะสานต่อนโยบายดังกล่าวหรือไม่







