posttoday
รูปแบบการค้า และ การลงทุนระหว่างประเทศ (รูปแบบที่ 6)

รูปแบบการค้า และ การลงทุนระหว่างประเทศ (รูปแบบที่ 6)

24 พฤษภาคม 2554

ตอนที่แล้วได้พูดถึงรูปแบบการทำสัญญาการค้า

ตอนที่แล้วได้พูดถึงรูปแบบการทำสัญญาการค้า

โดย..กิติพงค์ อุรพีพัฒนพงค์

และการลงทุนระหว่างประเทศประเภทที่ 4 และ 5 ที่เป็นสัญญาแฟรนไชส์ สัญญาให้สิทธิ สัญญาถ่ายโอนเทคโนโลยีและสัญญาการจัดการ ต่อไปจะกล่าวถึงรูปแบบประเภทที่ 6 คือการที่บริษัทต่างประเทศอาจเข้ามาลงทุนจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย เป็นบริษัทในเครือในรูปแบบของบริษัทจำกัดจดทะเบียนในประเทศไทยหรือบริษัทสาขา (Branch) เพื่อมาทำการซื้อขายสินค้าหรือผลิตหรือให้บริการแก่ลูกค้าในประเทศไทยและต่างประเทศ พร้อมข้อสังเกตของกฎหมายตามแผนภูมิข้างล่างนี้

รูปแบบการค้า และ การลงทุนระหว่างประเทศ (รูปแบบที่ 6)

ข้อสังเกต

1.การเข้ามาทำธุรกิจของบริษัทต่างประเทศในรูปแบบนี้ จะทำให้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการ 100% โดยอาจจดทะเบียนจัดตั้งในรูปแบบของสาขา (Branch) หรือบริษัทในเครือ (Subsidiary)

2.มีกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้อง คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าวที่กำหนดธุรกิจที่ต้องมีคนไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 โดยกฎหมายกำหนดไว้ 3 บัญชี หากธุรกิจบัญชี 1, 2 ต้องมีคนไทยถือหุ้นข้างมาก และหากเป็นบัญชี 3 คนต่างด้าวจะถือหุ้นข้างมาก ก็ต้องขออนุญาตเว้นแต่เข้ากรณียกเว้นตามกฎหมายอื่นๆ เช่น ข้อตกลงทางไมตรีระหว่างไทยกับสหรัฐอนุญาตให้ที่บริษัทสัญชาติอเมริกันจะถือหุ้นได้ 100% เว้นแต่เป็นธุรกิจสงวนหรือการที่เข้ามาทำธุรกิจได้รับยกเว้นตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน หรือการจัดตั้งบริษัททำธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังต้องดูกฎหมายที่กำหนดเรื่องการถือหุ้นคนต่างด้าวตามกฎหมายเฉพาะอีกด้วย เช่น ประมวลกฎหมายที่ดิน

3.การเลือกรูปแบบระหว่างสาขา/บริษัทจดทะเบียนก็ต้องพิจารณาเรื่องภาษีและกฎหมายอันที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะส่วนใหญ่และบริษัทต่างประเทศมักจะเข้ามาบริหารธุรกิจในรูปแบบจดทะเบียนในรูปบริษัทในเครือ เพราะเรื่องภาษีและความรับผิดชอบอาจจะดีกว่าในรูปแบบสาขา เว้นแต่เป็นเรื่องที่บริษัทต่างประเทศเข้ามาทำโครงการเฉพาะกิจแล้วเลิกไปหรือมีกฎหมายพิเศษ เช่น พ.ร.บ.สถาบันการเงินที่เข้ามาทำธุรกิจของธนาคารต่างประเทศในรูปสาขาอาจจะเหมาะสมกว่า

4.รูปแบบการทำสัญญาระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทในประเทศไทย หรือการทำสัญญากับลูกค้าต่างประเทศก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายและภาษีที่จะเป็นตัวชี้ขาดรูปแบบสัญญาที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นสัญญาซื้อขาย สัญญาจ้างบริการ กับบริษัทแม่หรือกับบริษัทลูกค้าทั้งในและต่างประเทศโดยตรง

5.ประเด็นภาษีส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องการตั้งราคาโอนขายระหว่างบริษัทแม่ที่อยู่ต่างประเทศกับบริษัทในประเทศไทย โดยไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายหรือจ้าง และหากเป็นการส่งออกก็ต้องพิจารณาการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตประกอบการค้าเสรีในการลดต้นทุนด้านศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม

6.ปัจจุบันรัฐบาลได้มีการให้สิทธิประโยชน์ภาษีในการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (ROH) หรือศูนย์กลางการจัดหาสินค้าเพื่อการผลิตระหว่างประเทศ (IPC) ด้วย ผู้ประกอบการจึงต้องศึกษาประเด็นกฎหมายดังกล่าวด้วยว่าจะใช้ประโยชน์สูงสุดในเรื่องภาษีในรูปแบบใด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท