
เอกชนประเมินความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นหลังเปิดเออีซี
เอกชนประเมินหลังเปิดเออีซีความต้องการแรงงงานฝีมือจะเพิ่มขึ้นอีกหลายแสนคน แนะแรงงานเร่งพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการตลาด
เอกชนประเมินหลังเปิดเออีซีความต้องการแรงงงานฝีมือจะเพิ่มขึ้นอีกหลายแสนคน แนะแรงงานเร่งพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการตลาด
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายในงานสัมมนาเรื่อง “ความต้องการกำลังคนของภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ กับการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)” ว่า หลังจากที่ไทยก้าวเข้าสู่การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 คาดว่าไทยจะมีความต้องการแรงงานทักษะเพิ่มขึ้นอีกจากปัจจุบันหลายแสนคน ซึ่งภาครัฐบาลจำเป็นต้องวางแผนรองรับการเปิดเออีซี และสำรวจว่าไทยจะขาดแคลนแรงงานประเภทไหน ในอุตสาหกรรมอะไรบ้าง
ทั้งนี้ การจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ถือเป็นความร่วมมือที่ชัดเจนในการช่วยกันแก้ปัญหาทั้งเรื่องการขาดแคลนแรงงาน และการพัฒนาทักษะแรงงาน และเป็นตัวกระตุ้นให้แรงงานเร่งพัฒนาตัวเอง ให้สามารถเติบโตในสายงานของตัวเองได้
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในอนาคตภาคบริการจะมีความต้องการแรงงานมากขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมจะต้องการแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค เพื่อเข้ามาทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่วนภาคเกษตรจะมีการใช้เครื่องจักรเข้ามาทุ่นแรง แรงงานที่ต้องการก็จะต้องมีความสามารถในการใช้เครื่องจักรมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ จากการสำรวจความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมทั้ง 7 กลุ่ม เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ จะมีความต้องการแรงงานมากขึ้น 2.5 แสนคน โดยจะเป็นความต้องการแรงงานตั้งแต่ระดับม. 3 ถึงปวช.-ปวส. ในสายอาชีพ รวมกันประมาณ 90% และในระดับปริญญาตรีประมาณ 10%
“อนาคตการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการค้าและเทคโนโลยีที่รวดเร็ว แรงงานจะต้องปรับตัวรองรับทั้งในเรื่องของภาษา และการเพิ่มทักษะที่จะต้องรวดเร็วเพราะขณะนี้ความรู้ที่เรียนมาเพียง 2 ปีเทคโนโลยีก็เปลี่ยนไปแล้ว ด้านบริการอนาคตแรงงานกลุ่มนี้ก็จะต้องการมากขึ้น ขณะที่ภาคเกษตรก็จะขยายตัวแต่ส่วนหนึ่งก็จะต้องมุ่งเน้นการใช้เครื่องจักรเพิ่มขึ้นด้วย”นายพยุงศักดิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบายรัฐบาลต่อการผลิตกำลังคนโดยมุ่งเน้นสมรรถนะและทักษะ” ว่า ในปี 2558 ไทยจะเป็นส่วนหนึ่งของเออีซี ซึ่งจะมีการโยกย้ายฐานการผลิต ฐานการลงทุน การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานก็จะเกิดขึ้นตามมา ดังนั้นแรงงานไทยจะต้องเร่งปรับตัวในการเพิ่มทักษะเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
นอกจากนี้ ผลจากวิกฤตด้านอาหารที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลให้แรงงงานภาคอุตสาหกรรมไหลกลับเข้าสู่ภาคการเกษตร ประกอบกับไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนวัยทำงานมีน้อยลง รัฐบาลและเอกชนจึงได้ร่วมมือกันผลักดันการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพที่จะร่วมมือกันพัฒนาแรงงานให้ตรงกับความต้องการตลาดโดยจะเพิ่มแรงงานด้านอาชีวะเพิ่มขึ้นจาก 40% เป็น 60% ของแรงงานในระบบ







