
กลต.เพิ่มโทษมาร์เก็ตติง
ก.ล.ต.เข้มเพิ่มคุณภาพตลาดทุน ขยายฐานนักลงทุน เล็งเพิ่มโทษเจ้าหน้าที่การตลาดยุ่งทรัพย์สินลูกค้าพบทำผิดสั่งพักทันที ประเดิมใช้ 1 ก.ค.นี้
ก.ล.ต.เข้มเพิ่มคุณภาพตลาดทุน ขยายฐานนักลงทุน เล็งเพิ่มโทษเจ้าหน้าที่การตลาดยุ่งทรัพย์สินลูกค้าพบทำผิดสั่งพักทันที ประเดิมใช้ 1 ก.ค.นี้
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงผลการประชุมประจำไตรมาสร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ว่า ก.ล.ต. แจ้งให้สมาคมทราบว่า ก.ล.ต. จะปรับปรุงเกณฑ์การลงโทษผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนให้มีความเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพฤติกรรมการทำผิดที่พบบ่อย เช่น การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกค้าและตัดสินใจซื้อขายแทนลูกค้า โดยโทษจะมีความรุนแรงขึ้นกว่าเดิม และเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2554
ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. เห็นด้วยกับสมาคมที่จะสนับสนุนการขยายฐานผู้ลงทุนด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึงแนวทางการพัฒนาผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน การเพิ่มบทบาทของผู้ลงทุนสถาบันและผู้วางแผนทางการเงิน หรือ Financial Planner ซึ่งเป็นแนวทางที่ตลาดหุ้นมาเลเซียและสิงคโปร์ขยายฐานผู้ลงทุนสำเร็จมาแล้ว
“ก.ล.ต. มีแนวคิดที่จะเพิ่มจำนวนตัวแทนที่ขายหน่วยลงทุนและตราสารหนี้ และจัดให้มีผู้ให้บริการในรูปแบบ Investment Supermarket เช่น เพิ่มความยืดหยุ่นทุนจดทะเบียนขั้นต่ำของผู้ให้บริการ”
นอกจากนี้ ขอให้สมาคมแจ้งสมาชิกให้ความสำคัญเกี่ยวกับระบบงานรองรับการที่ผู้ลงทุนทุกประเภทสามารถใช้โปรแกรมเทรดดิงในการซื้อขายได้ อย่างน้อยต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของผู้ลงทุนที่เหมาะสม การป้องกันไม่ให้นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการส่งคำสั่งที่ทำให้ตลาดมีความผิดปกติ และควบคุมไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตั้งโปรแกรมส่วนตัวที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อระบบการซื้อขายของบริษัท
“เราต้องปรับปรุงเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันหลังจากการเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์และการเชื่อมโยงตลาดทุนในภูมิภาค โดย ก.ล.ต. จะให้น้ำหนักกับความมั่นคงของฐานะการเงิน บล.ใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบโดยรวม เน้นการคุ้มครองผู้ลงทุนและความเรียบร้อยของตลาด” นายธีระชัย กล่าว
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า บล. ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเชื่อมโยงการซื้อขายหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน โดยศึกษากฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้ลงทุนเข้าสู่ตลาดได้สะดวกมากขึ้น และจะเอื้ออำนวยต่อการขยายฐานนักลงทุนได้ด้วย
นายธวัชชัย พิทยโสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า หลักการเพิ่มบทลงโทษมาร์เก็ตติง เช่น เดิมมาร์เก็ตติงผิด ถูกภาคฑัณฑ์และยังคงทำหน้าที่ได้ แต่เกณฑ์ใหม่เมื่อทำผิดจะถูกพักการให้ความเห็นชอบ ส่วนจะกินเวลาเท่าไรขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบอื่นๆ
“การเพิ่มบทลงโทษในเรื่องการยุ่งกับทรัพย์สินลูกค้า เพราะจากสถิติตั้งแต่ ปี 2551-2553 พบว่ามีการกระทำผิดในเรื่องนี้มากที่สุดถึง 21 ราย”







