
‘กสทฯ’ย้ำสัญญาทรูโปร่งใสทุกขั้น
จิรายุทธย้ำสัญญาที่ทำกับทรูทุกฉบับถูกต้อง ชี้หาก กสทฯ ให้ทรูเป็นผู้ขายต่อบริการผิด 3จี ทีโอที ก็ต้องผิดด้วย
จิรายุทธย้ำสัญญาที่ทำกับทรูทุกฉบับถูกต้อง ชี้หาก กสทฯ ให้ทรูเป็นผู้ขายต่อบริการผิด 3จี ทีโอที ก็ต้องผิดด้วย
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า มติบอร์ด กสทฯ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2554 เรื่องการเซ็นสัญญากับกลุ่มทรู เพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่นั้นทำถูกต้องตามขั้นตอนทั้งหมด และไม่หนักใจที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้สอบสวนก็ตาม
ทั้งนี้ การทำสัญญาทั้ง 6 ฉบับในกรณีดังกล่าว ไม่ใช่เป็นความตั้งใจหลบเลี่ยงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่เป็นความต้องการของฝ่ายบริหาร และบอร์ด กสทฯ ที่ต้องการทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ กสทฯ สามารถให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ในวันนี้ และเพื่อรองรับอนาคต 4G (LTE)
อย่างไรก็ตาม สัญญาเพียงฉบับเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้ ทำให้ต้องมีสัญญา 6 ฉบับบนความถูกต้องตามกฎหมาย และถือเป็นสัญญาให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่
“สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ คือเตรียมข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำไปชี้แจงต่อศาล ซึ่งผมไม่หนักใจ เพราะที่ผ่านมาทำอย่างรอบคอบแล้ว โดยเฉพาะประเด็นทางด้านกฎหมาย เพราะนอกจากฝ่ายกฎหมายของ กสทฯ แล้ว ยังมีที่ปรึกษาทางกฎหมายรวมถึงในบอร์ดก็มีตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด และยังมีอดีตอัยการสูงสุดที่เป็นที่ปรึกษาของประธานบอร์ดร่วมกันช่วยพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบด้วย” นายจิรายุทธ กล่าว
นอกจากนี้ การทำสัญญาดังกล่าวไม่ได้เร่งรีบในการทำ แต่ได้ส่งสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดไปตรวจรายละเอียดนานกว่า 1 เดือน ก่อนที่จะลงนาม
อย่างไรก็ตาม สัญญาทั้ง 6 ฉบับนั้นเป็นสัญญาทางธุรกิจเพียง 4 ฉบับ อีก 2 ฉบับ เป็นการยกเลิกสัญญาเดิม คือ สัญญายกเลิกการทำตลาด และสัญญายกเลิกสัญญาเช่าอุปกรณ์ เพื่อที่จะทำธุรกิจรูปแบบใหม่ คือสัญญาการเปลี่ยนการให้บริการจากระบบซีดีเอ็มเอมาเป็นเอชเอสพีเอ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วสัญญาจะเหลือเพียงสัญญาหลัก 2 ฉบับคือ คือสัญญาเช่าอุปกรณ์ เอชเอสพีเอ กับสัญญาขายส่งขายต่อบริการ
นายจิรายุทธ กล่าวต่อว่า สัญญาขายส่ง-ขายต่อบริการนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ผูกขาดให้กับกลุ่มทรูเพียงรายเดียว เพราะความจุของระบบ หรือ Capacity ที่นำไปขายต่อบริการที่ถูกกำหนดไว้ว่า 80% ต้องขายให้ทรูนั้นเป็นเพียงช่วงแรกของการให้บริการเท่านั้น หากในอนาคตมีบริษัทอื่นมาขอซื้อความจุของระบบเพิ่มเพื่อให้บริการ กสทฯ ก็จะต้องสร้างความจุให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในอนาคตสัดส่วนอาจจะไม่ใช่ 80:20 แต่อาจเป็น 20:50:30 ก็เป็นไปได้
ทั้งนี้ ยืนยันว่ากสท ไม่ได้ผูกขาดให้ทรู เพียงรายเดียวในอนาคต หาก ดีแทค ต้องการซื้อบริการจากสท เพื่อไปขายต่อ และเพื่อต้องการให้ต้นทุนเทียบเท่ากับทรู ก็สามารถทำได้เช่นกัน
“หากสัญญานี้ไม่เป็นธรรม ก็หมายความว่ารูปแบบการทำตลาด 3จี ทีโอที ก็ไม่เป็นธรรม เพราะมีรูปแบบเดียวกัน โดย กสทฯ และทีโอทีก็ไม่ได้ประมูลคลื่นความถี่ เพราะได้รับการจัดสรรอยู่แล้ว และทีโอทีก็ขายส่งบริการเหมือน กสทฯ แต่สิ่งที่ กสทฯ ต่างจากทีโอที คือ ทีโอทีลงทุนอุปกรณ์เอง แต่ กสทฯ ใช้วิธีเช่าอุปกรณ์จากเอกชน” นายจิรายุทธ กล่าว







