
ททท.จัดทัพรุก4ริชชี่เอเชีย จีน-อินเดีย-รสเซีย-อินโดฯ
การแข่งขันที่ร้อนแรงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างตั้งธงดึงนักท่องเที่ยว
การแข่งขันที่ร้อนแรงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างตั้งธงดึงนักท่องเที่ยว
ต่างชาติรวมถึงกระตุ้นให้คนภายในประเทศของตัวเองเดินทางท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
การตอบโจทย์ดังกล่าว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมมือกับหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย สมาคมสกาล ประเทศไทย จัดเวทีสัมมนา ไทยแลนด์ ทัวร์ริซึ่ม แมพ เดอะ ฟิวเจอร์ โดยนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยทุกกลุ่ม ราว 300 ราย ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวในแต่ละตลาด พร้อมการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.ได้จัดสัมมนา 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาพลักษณ์ตราสินค้าของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาแบรนด์ประเทศไทยค่อนข้างมีความแข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก 2.การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 3.การตลาดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อสังคม ซึ่งมองว่าเป็นเทรนด์ตลาดในอนาคต และ 4.การบริหารชื่อเสียง เพื่อนำแนวโน้มทั้ง 4 เรื่อง วางแนวทางพร้อมปรับแผนกลยุทธ์ด้านการตลาดในประเทศและต่างประเทศปี 2555 รวมถึงบรรจุแผนดังกล่าวเข้าในแผนวิสาหกิจท่องเที่ยวระหว่างปี 2555-2559
ทั้งนี้ แผนกลยุทธ์ต่างๆ จะมองไปข้างหน้าในอีก 50 ปีนับจากนี้ หลังจากที่ได้มีการก่อตั้ง ททท.ขึ้นทำหน้าที่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การรุกตลาดท่องเที่ยวของประเทศไทยมาแล้วกว่า 50 ปี
นายซาง กวางลุย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยด้านการท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาชนจีน เล่าว่า ปัจจุบันรัฐบาลจีนได้ส่งเสริมให้คนจีนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การท่องเที่ยว โดยในปี 2558 คาดว่าคนจีนจะออกนอกประเทศราว 85 ล้านคน และปี 2563 จำนวน 100 ล้านคน จากการสำรวจพบว่าคนจีนชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย เนื่องจากมีความชื่นชอบความหลากหลายทางธรรมชาติของประเทศไทย
ทั้งนี้ ประเทศไทยควรนำเสนอสินค้าที่ตรงต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มเด็กและเยาวชน 2.วัยทำงาน และ 3.วัยเกษียณ โดยรูปแบบการนำเสนอแพ็กเกจระดับบนใช้เจาะตลาดเมืองหลวง ส่วนแพ็กเกจทั่วไปใช้เจาะแหล่งท่องเที่ยวรอง
นอกจากนี้ ต้องการให้ประเทศไทยลดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าตลาดจีน รวมถึงยืดระยะเวลาวันพักแบบระยะยาว 5-10 ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง
ตลาดริชชี่ 4 ประเทศกลุ่มร่ำรวยมาแรง
นายสรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. เล่าว่า ททท.เตรียมมุ่งตลาดริชชี่ กลุ่มประเทศร่ำรวยที่มีกำลังซื้อสูงและจำนวนประชากรมากในอันดับต้นๆ ของโลก ได้แก่ รัสเซีย อินเดีย จีน และอินโดนีเชีย โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งคาดว่าแผนการตลาดที่ ททท.จะให้ความสำคัญรุกตลาดดังกล่าวอย่างจริงจังนับจากปีหน้า เพื่อผลักดันให้ตลาดเอเชียเป็นกลุ่มที่ดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทยได้มากกว่าตลาดยุโรป โดยในปีหน้าตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวจากตลาดเอเชีย จำนวน 10.7 ล้านคน มีรายได้ 2.72 แสนล้านบาท เทียบกับปีนี้ 10.1 ล้านคน รายได้หมุนเวียน 2.05 แสนล้านบาท
“ตลาดจีนจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่ ททท.จะให้ความสำคัญ ที่จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาเที่ยวไทย โดยเฉพาะทัวร์คุณภาพระดับไฮเอนด์ ได้ร่วมมือกับ ซีทริป จำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ผ่านออนไลน์ ขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มการเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ซึ่งปัจจุบันตลาดคุณภาพมีสัดส่วน 20% การส่งเสริมอย่างต่อเนื่องนับจากนี้คาดว่ากลุ่มดังกล่าวจะเติบโตราว 30-40%
รวมทั้งตลาดจีนจะเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เข้ามาทดแทนตลาดยุโรป โดยในอีก 3 ปีข้างหน้า คาดว่าคนจีนจะเดินทางเข้าไทยราว 1.5 ล้านคน/ปี ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการได้เตรียมจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ไว้ 3 ระดับ รองรับการเดินทางมาในอนาคต” นายสรรเสริญ กล่าวทิ้งท้าย







