posttoday
เงินบาทแกว่งหนัก5%

เงินบาทแกว่งหนัก5%

20 พฤษภาคม 2554

ธปท.ส่งซิกแบงก์ดูแลลูกค้าเรียกหารือใช้หยวนอิงการค้า

ธปท.ส่งซิกแบงก์ดูแลลูกค้าเรียกหารือใช้หยวนอิงการค้า

เงินบาทผันผวนมากขึ้นถึง 5% จากแรงกดดันในตปท. วอนธนาคารร่วมดูแลลูกค้า ธปท.เรียกธนาคารหารือผลักดันให้เกิดการใช้เงินหยวนในการค้าขาย

น.ส.วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในช่วงนี้มีความผันผวนมากถึง 5% จากเดิมผันผวนแค่ 2-3% แม้จะยังต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกันที่ผันผวน 8-10% ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องดูแล

ความผันผวนของเงินบาทเป็นผลจากปัจจัยทั้งภายในและนอกประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนที่ยังกังวลต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าสหรัฐอาจหันกลับมาดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นช่วงปลายปีนี้ หลังจากมาตรการเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจของสหรัฐ (คิวอี 2) จะสิ้นสุดลงใน เดือน มิ.ย.นี้ ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานและตัวเลขอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐก็เป็นความเสี่ยงที่ทำให้ตลาดเงินผันผวน

นอกจากนี้ ยังมีเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในไทยด้วย ทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหว 2 ทิศทาง โดยปัจจุบันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ 30.20-30.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่ง ธปท. พยายามให้ความรู้แก่ผู้นำเข้าและส่งออกเกี่ยวกับการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ให้ดูแลลูกค้าขนาดกลางและรายย่อยมากขึ้น

“ค่าเงินบาทมีความผันผวนมากขึ้น จากแรงเทขายของนักลงทุนในตลาดหุ้น แต่จะนำเงินออกไปทันทีหรือไม่ ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน” น.ส.วงษ์วธู กล่าว

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวภายหลังร่วมประชุมหารือกับ ธปท. ว่า ได้มีการหารือถึงการใช้เงินหยวนในการทำธุรกรรมการค้าขายมากขึ้น จากปัจจุบันที่ความต้องการค้าขายโดยใช้เงินหยวนยังมีไม่มาก โดย ธปท. ต้องการผลักดันให้เงินหยวนเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ภาคธุรกิจน่าจะนำมาใช้ในการสั่งซื้อขายสินค้า (อินวอยส์) หรือทำธุรกรรมการค้าเพิ่มขึ้น เพราะเงินหยวนเริ่มได้รับการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น ขณะที่เงินเหรียญสหรัฐเริ่มมีความผันผวนมากขึ้น

“ตอนนี้เงินหยวนได้รับการยอมรับมากขึ้น เศรษฐกิจจีนขยายตัวเพิ่มขึ้น ธปท.จึงต้องการให้หยวนเป็นทางเลือกหนึ่งในการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนของภาคธุรกิจการค้า” นายธิติ กล่าว

นายธิติ กล่าวว่า มองว่า ธปท.คงมีระยะเวลากำหนดใช้เงินหยวนเพิ่มขึ้นไว้ในใจ แต่ก็ไม่ได้มีการกำหนดกรอบให้ธนาคารพาณิชย์ทำชัดเจน เพียงแต่ต้องการรับฟังความเห็น ถึงปัญหาอุปสรรคที่ยังใช้เงินหยวนน้อยเพื่อให้เห็นภาพโดยรวมของตลาดก่อน โดยปัจจุบันธุรกรรมการค้าขายของไทย การอินวอยส์นักธุรกิจส่วนใหญ่ของไทยสัดส่วน 80% ของธุรรมกรรมยังเคยชินกับการใช้เงินเหรียญสหรัฐ ส่วนเงินหยวนเริ่มมีการใช้บ้างสัดส่วนประมาณ 18% เนื่องจากยังซื้อขายแลกเปลี่ยน(คอลเวิดร์)อยากกว่าเหรียญสหรัฐ

“ส่วนตัวคิดว่าการเพิ่มธุรกรรมการค้าเป็นเงินหยวนคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เพราะเพิ่งจะเริ่มใช้มาประมาณต้นปีเท่านั้น ธนาคารคงต้องใช้เวลาสักระยะในการทำความเข้าใจและให้ความรู้กับลูกค้าก่อน เพราะธุรกรรมหยวนค่อนข้างซับซ้อน อีกอย่างยังมีลูกค้าหลายกลุ่มไม่อยากใช้เงินหยวน เพราะถ้าส่งออกไปขายรับเงินหยวนแต่หยวนแข็งค่ารายได้ก็ลดลง ตรงข้ามคงมีลูกค้าที่ชอบ เพราะถ้าเงินหยวนแข็งนำเข้าเป็นหยวนต้นทุนจะถูก แต่ที่สุดแล้วรับเงินหยวนแล้วก็ยังต้องดูความเสี่ยงจากเงินเหรียญสหรัฐด้วย” นายธิติกล่าว

ด้าน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ส่งออกและผู้นำเข้าไทยมีการค้าขายเป็นเงินหยวนอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ถือว่าไม่มาก อย่างไรก็ตามการทำธุรกรรมเงินหยวนน่าจะมีโอกาสเพิ่มได้อีกค่อนข้างมาก เพราะขณะนี้ปริมาณเงินหยวนที่รัฐบาลจีนปล่อยให้ออกมาหมุนเวียนนอกประเทศ โดยเฉพาะที่ฮ่องกงอยู่ในระดับที่มากเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนหรือค้าขายได้มากขึ้นแล้ว และการที่ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ก็ถือเป็นโอกาสในการค้าขายของผู้ส่งออกไทย

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า คาดว่าการใช้เงินหยวนคงต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะต้องร่วมมือกันหาหนทาง ลดปัญหาอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นจากกฎเกณฑ์ของรัฐบาลจีนในการแลกเปลี่ยนที่ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรทำได้บ้าง หรือทำไม่ได้ และหากผู้ส่งออกและนำเข้าของไทยถือเงินหยวนไว้ในมือแล้วจะสามารถฝากหรือถือครองอย่างไร มีช่องทางลงทุน และบริหารอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ธปท.และธนาคารพาณิชย์ต่างๆคงต้องมีแนวทางที่ชัดเจนด้วย

“ระบบการแลกเปลี่ยนเงินของรัฐบาลจีนค่อนข้างยุ่งยาก ทำให้บริษัทขนาดรองๆลงมาของจีนอาจจะลำบาก หากต้องสั่งซื้อสินค้าด้วยเงินเหรียญสหรัฐ แต่หากไทยค้าขายเป็นเงินหยวน ก็ถือเป็นโอกาสที่บริษัทขนาดรองๆเหล่านี้ในจีนจะสั่งซื้อสินค้าจากไทยก็มีมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ธนาคารเองมีความพร้อมที่จะเพิ่มธุรกรรมเงินหยวนในประเทศมากขึ้น ทั้งการแลกเปลี่ยนเงินหยวน การค้าขายด้วยหยวน การให้เปิดบัญชีเงินฝากเป็นเงินหยวน และเปิดช่องทางการลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินหยวน ซึ่งธนาคารกรุงเทพเป็นธนาคารเดียวที่ได้เปิดสาขาธนาคารต่างชาติ ในจีน ทำให้มีสภาพคล่องของเงินหยวนในจีน และยังมีสัญญาในการแลกเปลี่ยนเงินหยวนกับธนาคารฮ่องกง ในเรื่องของวงเงินเครดิตด้วย” นายกอบศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ในปัจจุบันธุรกรรมการค้าที่ใช้เงินหยวนในตลาดการเงินของไทยยังมีสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับการใช้เงินเหรียญสหรัฐสหรัฐ ดังนั้น เมื่อวันที่ 1819พ.ค.ที่ผ่านมา ธปท.จึงได้จัดสัมมนาเรื่องการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าขายระหว่างประเทศ โดยได้เชิญธนาคารพาณิชย์ อาทิ ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงเทพ ซึ่งมีธุรกรรมการเงินมากที่สุดในตลาด พร้อมทั้งผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าในภาคธุรกิจเอกชน มารับฟัง พร้อมทั้งเสนอมุมมองความเห็นและปัญหาอุปสรรค ที่ยังเลือกใช้เงินหยวนน้อยเพื่อให้ธปท.รับฟังจะได้นำไปเป็นแนวทางในการปรับใช้ต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี