
เรกูเลเตอร์ปัดนำเงินClaw Backช่วยอุ้มไฟฟรี
เรกูเลเตอร์เผยไม่มีนโยบายนำเงิน Claw Back 6,900 ล้านบาท มาช่วยลดผลกระทบ ให้ภาคอุตฯ และหน่วยงานรัฐ ที่ต้องอุ้มผู้ใช้ไฟฟรีไม่เกิน 90 หน่วย
เรกูเลเตอร์เผยไม่มีนโยบายนำเงิน Claw Back 6,900 ล้านบาท มาช่วยลดผลกระทบ ให้ภาคอุตฯ และหน่วยงานรัฐ ที่ต้องอุ้มผู้ใช้ไฟฟรีไม่เกิน 90 หน่วย
นายกวิน ทังสุภานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า เรกูเลเตอร์ไม่มีนโยบายที่จะนำเงินที่เรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้าที่ไม่ได้ลงทุนตามแผนงานวางแผนไว้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (Claw Back) วงเงินประมาณ 6,900 ล้านบาท มาเกลี่ยช่วยรับภาระให้กับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ในการที่กลุ่มดังกล่าวต้องเป็นผู้รับภาระช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือนฟรี ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ามากต้องแบกรับภาระรวมเป็นเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 11 สตางค์ต่อหน่วย โดยจะเริ่มมีผลในเดือนก.ค.นี้
ทั้งนี้ เนื่องจากเงิน Claw Back นั้นควรจะเป็นการนำมาเกลี่ยช่วยลดผลกระทบในเรื่องของค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติหรือ เอฟที เป็นหลัก เพราะเป็นการช่วยประชาชนได้ทุกกลุ่ม ซึ่งค่าเอฟทีงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.นี้ก็ได้นำเงินดังกล่าวมาช่วยเหลือในการลดค่าเอฟทีแล้ว 2,600 ล้านบาท และหากค่าเอฟทีงวดต่อไปต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นอีกก็จะนำเงินส่วนดังกล่าวมาลดผลกระทบ
“เรกูเลเตอร์อยู่ระหว่างการปรับค่าไฟฟ้าฐานใหม่ที่คาดว่าจะเสร็จได้ในช่วงก.ค.นี้ซึ่งจะทำให้บิลค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนในงวดต่อไปจะมีการปรับโฉมใหม่ ที่จะทำให้ประชาชนตรวจสอบความโปร่งใสได้มากกว่าเดิม เนื่องจากมีการแสดงต้นทุนการผลิตระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และระบบจำหน่ายไฟฟ้า แยกกัน” นายกวิน กล่าว
สำหรับผลการสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “การสำรวจความพึงพอใจของผู้รับใบอนุญาต และประชาชนผู้ใช้พลังงานต่อการกำกับกิจการพลังงาน และการให้บริการของ กกพ.และ สกพ.” พบว่า การทำงานของ สกพ.ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ ประสิทธิภาพ การคาดหวัง อยู่ในระดับปานกลาง คือได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับ 2.48 – 3.10 จากคะแนนเต็ม 5 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้พลังงานมีความคาดหวังกับ สกพ.ในระดับค่อนข้างน้อย ทั้งเรื่องการดูแลค่าไฟฟ้า การรับเรื่องร้องเรียนเพื่อช่วยเหลือประชาชน ฃ
ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการมีความคาดหวังในระดับค่อนข้างสูง โดยต้องการให้ สกพ. มีการบริการให้เป็นระบบในแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ มีบทบาทมากขึ้นในการเป็นสื่อกลางระหว่าง ผู้ประกอบการกับชุมชน และผู้เกี่ยวข้องด้านไฟฟ้าอื่นๆ รวมทั้งต้องการเห็นการลดขั้นตอนในการดำเนินงานต่างๆ โดยเฉพาะความซ้ำซ้อนในด้านเอกสาร เป็นต้น
ทั้งนี้ ภายหลังการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 3 ปี สกพ.ได้มอบหมายให้ วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา จัดทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในการทำงานของหน่วยงานซึ่งประกอบไปด้วย ภาคประชาชน ผู้รับใบอนุญาตกิจการไฟฟ้า นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ สกพ.ประจำเขต รวมทั้งมีการสำรวจความคิดเห็นโดยออกแบบสอบถามไปทั่วประเทศประมาณ 7,000 ชุด และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกบางส่วน







