posttoday
เรกูเลเตอร์ปัดนำเงินClaw Backช่วยอุ้มไฟฟรี

เรกูเลเตอร์ปัดนำเงินClaw Backช่วยอุ้มไฟฟรี

19 พฤษภาคม 2554

เรกูเลเตอร์เผยไม่มีนโยบายนำเงิน Claw Back 6,900 ล้านบาท มาช่วยลดผลกระทบ ให้ภาคอุตฯ และหน่วยงานรัฐ ที่ต้องอุ้มผู้ใช้ไฟฟรีไม่เกิน 90 หน่วย 

เรกูเลเตอร์เผยไม่มีนโยบายนำเงิน Claw Back 6,900 ล้านบาท มาช่วยลดผลกระทบ ให้ภาคอุตฯ และหน่วยงานรัฐ ที่ต้องอุ้มผู้ใช้ไฟฟรีไม่เกิน 90 หน่วย 

นายกวิน ทังสุภานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า เรกูเลเตอร์ไม่มีนโยบายที่จะนำเงินที่เรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้าที่ไม่ได้ลงทุนตามแผนงานวางแผนไว้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (Claw Back) วงเงินประมาณ 6,900 ล้านบาท มาเกลี่ยช่วยรับภาระให้กับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ในการที่กลุ่มดังกล่าวต้องเป็นผู้รับภาระช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือนฟรี ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ามากต้องแบกรับภาระรวมเป็นเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 11 สตางค์ต่อหน่วย โดยจะเริ่มมีผลในเดือนก.ค.นี้

ทั้งนี้ เนื่องจากเงิน Claw Back นั้นควรจะเป็นการนำมาเกลี่ยช่วยลดผลกระทบในเรื่องของค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติหรือ เอฟที เป็นหลัก เพราะเป็นการช่วยประชาชนได้ทุกกลุ่ม ซึ่งค่าเอฟทีงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.นี้ก็ได้นำเงินดังกล่าวมาช่วยเหลือในการลดค่าเอฟทีแล้ว 2,600 ล้านบาท และหากค่าเอฟทีงวดต่อไปต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นอีกก็จะนำเงินส่วนดังกล่าวมาลดผลกระทบ

“เรกูเลเตอร์อยู่ระหว่างการปรับค่าไฟฟ้าฐานใหม่ที่คาดว่าจะเสร็จได้ในช่วงก.ค.นี้ซึ่งจะทำให้บิลค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนในงวดต่อไปจะมีการปรับโฉมใหม่ ที่จะทำให้ประชาชนตรวจสอบความโปร่งใสได้มากกว่าเดิม เนื่องจากมีการแสดงต้นทุนการผลิตระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และระบบจำหน่ายไฟฟ้า แยกกัน” นายกวิน กล่าว

สำหรับผลการสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “การสำรวจความพึงพอใจของผู้รับใบอนุญาต และประชาชนผู้ใช้พลังงานต่อการกำกับกิจการพลังงาน และการให้บริการของ กกพ.และ สกพ.” พบว่า การทำงานของ สกพ.ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ ประสิทธิภาพ การคาดหวัง อยู่ในระดับปานกลาง คือได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับ 2.48 – 3.10 จากคะแนนเต็ม 5 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้พลังงานมีความคาดหวังกับ สกพ.ในระดับค่อนข้างน้อย ทั้งเรื่องการดูแลค่าไฟฟ้า การรับเรื่องร้องเรียนเพื่อช่วยเหลือประชาชน ฃ

ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการมีความคาดหวังในระดับค่อนข้างสูง โดยต้องการให้ สกพ. มีการบริการให้เป็นระบบในแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ มีบทบาทมากขึ้นในการเป็นสื่อกลางระหว่าง ผู้ประกอบการกับชุมชน และผู้เกี่ยวข้องด้านไฟฟ้าอื่นๆ รวมทั้งต้องการเห็นการลดขั้นตอนในการดำเนินงานต่างๆ โดยเฉพาะความซ้ำซ้อนในด้านเอกสาร เป็นต้น

ทั้งนี้ ภายหลังการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 3 ปี สกพ.ได้มอบหมายให้ วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา จัดทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในการทำงานของหน่วยงานซึ่งประกอบไปด้วย ภาคประชาชน ผู้รับใบอนุญาตกิจการไฟฟ้า นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ สกพ.ประจำเขต รวมทั้งมีการสำรวจความคิดเห็นโดยออกแบบสอบถามไปทั่วประเทศประมาณ 7,000 ชุด และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกบางส่วน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท