
เบทาโกรนำมาตรฐานผลิตดันยอดขายหมู
เบทาโกร เชื่อมาตรฐานรับรองการผลิต เอชเอซีซีพี ฟาร์มสุกร ช่วยดันยอดขายปีนี้เพิ่ม 15%
เบทาโกร เชื่อมาตรฐานรับรองการผลิต เอชเอซีซีพี ฟาร์มสุกร ช่วยดันยอดขายปีนี้เพิ่ม 15%
นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจ เครือเบทาโกร เปิดเผยว่า บริษัท เบทาโกร ไฮบริด อินเตอร์เนชั่นแนล และ บริษัท ไทย เอส พี เอฟ โปรดักส์ อยู่ในสายธุรกิจสุกร ซึ่งนับเป็นสายธุรกิจสำคัญอีกหนึ่งสายธุรกิจของเครือเบทาโกร ได้รับการรับรองผ่านมาตรฐาน HACCP (Hazard Analysis & Critical Control Point) หรือใบรับรองระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหารให้กับฟาร์มสุกรเอสพีเอฟ ของ 7 บริษัท
ผลจากมาตรฐานการผลิตเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าดังกล่าว คาดว่าจะทำให้ธุรกิจในเครือปีนี้ ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 15% จากปีก่อนทั้งเครือ หรือคาดว่าจะมียอดขายประมาณ 5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ฟาร์มสุกร เอสพีเอฟ คือกลุ่มฟาร์มสุกรที่เลี้ยงสุกรปลอดโรค ปลอดสารเร่งการเจริญเติบโต ปราศจากสารเร่งเนื้อแดงและยาปฏิชีวนะทั้ง 7 แห่งในเครือ ที่ได้รับการรับรองระบบ HACCP เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ได้แก่ ฟาร์มของบริษัท เบทาโกร ไฮบริด อินเตอร์เนชั่นแนล ฟาร์ม 7 (อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี) ฟาร์ม 8 (อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี) ฟาร์ม 9 (อ.เมือง จ.นครสวรรค์) และฟาร์มของบริษัท ไทย เอส พี เอฟ โปรดักส์ ฟาร์ม 1 (อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี) ฟาร์ม 2 (อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี) ฟาร์ม 3/1 (อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี) ฟาร์ม 3/2 (อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี) ที่สำคัญเป็นการได้รับการรับรองระบบที่ครอบคลุมทุกการผลิตสุกรตั้งแต่ลูกสุกรหย่านม สุกรแม่พันธุ์เลิกใช้งาน สุกรพันธุ์ และสุกรขุน
จากความสำเร็จดังกล่าวทางบริษัทเตรียมขยายไปยังฟาร์มของบริษัททั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าของบริษัท ร่วมทั้งการเพิ่มสัดส่วนในการผลิตสินค้าแปรรูปเพิ่มมากขึ้นกว่าการจำหน่ายเป็นเนื้อสุกรแช่แข็ง หรือเนื้อสุกรปรุงสุก โดยตลาดสำคัญคือฮ่องกงและญี่ปุ่น พร้อมทั้งพยายามขยายตลาดในมาเลเซีย ดูไบในขณะที่ตลาดในประเทศจะขยายจุดจำหน่ายสินค้าของเบทาโกรเพิ่มขึ้นให้ได้ถึง 120 แห่งใน 12 ปีนี้จากที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 70 แห่ง







