
ลองขับ:วอลโว่S60ปลอดภัยแบบมดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม
ลองขับ "วอลโว่S60" เจ้าของรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีประเภทรถสำหรับครอบครัว ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยมาเต็มคัน
ลองขับ "วอลโว่S60" เจ้าของรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีประเภทรถสำหรับครอบครัว ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยมาเต็มคัน
โดย...นิธิ ท้วมประถม
เพิ่งได้รับรางวัล “รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีประเภทรถสำหรับครอบครัว” จาก Women’s World Car of the Year ประจำปี 2554 ไปหมาดๆ กับวอลโว่ S60 รถยนต์สัญชาติสวีเดนคันนี้
ในขณะที่ผมเองได้ลองขับอยู่หลังพวงมาลัยของวอลโว่ S60 ก็ไม่แปลกใจที่ว่า ทำไมสาวๆ ถึงยอมยกตำแหน่งนี้ให้กับวอลโว่ S60
เพราะว่าเจ้าวอลโว่ S60 นี้เต็มเปี่ยมไปด้วยระบบความปลอดภัยในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยู หรือเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้หญิงยกตำแหน่งรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีให้กับวอลโว่ S60 เพราะเมื่อได้ขับแล้วเหมือนกับคุณมีบอดีการ์ดคอยระวังอยู่ตลอดเวลา
จริงนะครับ ผมไม่ได้โม้ เพราะวอลโว่ S60 นี้มีระบบการเตือนต่างๆ มากมาย ที่ผมยอมรับว่าบรรดาผู้หญิงทั้งหลายจะรู้สึก “อุ่นใจ” กับระบบเหล่านี้ ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างมากเมื่อขับรถยนต์คันนี้
และระบบความปลอดภัยนี้ผมถือว่าเป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งของวอลโว่ S60 นอกจากรูปร่างหน้าตาที่เด่นและทันสมัยเหลือเกิน ไม่ทิ้งความเชยเหมือนกับรุ่นเก่าๆ เอาไว้เลย ดูทันสมัยวัยรุ่นน่าใช้ขึ้นมามากทีเดียว
ตั้งแต่กระจังหน้าใหม่ ไฟข้างกระจังหน้า ไฟหน้าแบบสปอร์ต ดูแล้วเรียกเสียงซู้ดปากจากบรรดาคนรักรถรูปทรงเปรี้ยวๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นเลย ดูแล้ววอลโว่ S60 นี้มีความเป็นรถสปอร์ตไม่น้อยทีเดียวครับ ไม่เทอะทะเหมือนรุ่นก่อนๆ
ไฟหน้าของวอลโว่ S60 นั้นใช้เทคโนโลยีไฟ LED แถมยังเป็นแบบหักเหตามพวงมาลัย และปรับระดับขึ้น-ลงอัตโนมัติ (Active Bending Light) ซึ่งจะทำให้การขับขี่ในยามค่ำคืนปลอดภัยมากขึ้น
ภายนอกดูกันตามภาพประกอบแล้วกันครับ ส่วนตัวแล้วผมชอบครับ ดูสปอร์ตดี ขับแล้วเหมือนวัยรุ่นขึ้น สามารถเปลี่ยนภาพเจ้าของวอลโว่ว่าจะต้องเป็นคนสูงอายุได้ไม่น้อยทีเดียว
ภายนอกแล้ว เรามาพูดถึงระบบความปลอดภัยกันเลยดีกว่า เพราะก่อนที่ผมจะเอารถออกมาจากบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) ทางทีมงาน|วอลโว่ได้แสดงระบบความปลอดภัยให้ดู นั่นคือ “ระบบตรวจจับคนเดินถนนพร้อมระบบเบรกแบบเต็มแรงเบรก” (Pedestrian Detection With Full Auto Brake) ที่ทำให้ผมทึ่ง และขอปรบมือให้เลยครับ ดีจริงๆ ระบบนี้
ระบบที่ว่านี้ คือระบบการเบรกแบบอัตโนมัติ เมื่อรถเคลื่อนตัวเข้าหาวัตถุที่ความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. แล้วไม่มีการแตะเบรกใดๆ ระบบนี้จะเบรกให้อัตโนมัติแบบเต็มแรงเบรกเสียด้วย เรียกว่าหัวคะมำกันเลยครับ
ระบบนี้จะมีเรดาร์ตรวจจับวัตถุด้านหน้ารถ และวัดระยะห่างจากวัตถุ โดยทำงานร่วมกับกล้องดิจิตอลขนาดเล็ก เพื่อยืนยันว่าวัตถุด้านหน้าคืออะไร ซึ่งระบบจะทำงานได้ตั้งแต่คนที่มีความสูงตั้งแต่ 80 ซม.ขึ้นไป ถือว่าเยี่ยมมาก หากผู้ขับเผลอปล่อยรถไหลเวลาออกตัว แล้วเจอคนเดินถนนตัดหน้า หรือมัวแต่แต่งหน้า หรือก้มมองโทรศัพท์มือถือแล้วรถไหลไปเจอรถคันหน้า หรือมีคนเดินตัดหน้า ระบบนี้จะเบรกให้รถหยุดทันทีโดยที่เราไม่ต้องเหยียบเบรกเลย
ผมลองแล้วครับ ออกตัวรถแล้วแตะคันเร่งนิดหนึ่งให้รถเคลื่อนตัวเร็วขึ้น เมื่อไปถึงวัตถุข้างหน้า ระบบนี้เบรกกึกเลยแบบหัวคะมำทั้งรถแน่นอนครับ ไม่มีชนถ้าความเร็วไม่เกินที่กำหนดคือ 35 กม./ชม. ถือว่าเป็นระบบที่วางใจได้เลยกับการขับขี่ในเมืองที่ต้องหยุดๆ ติดๆ อยู่ตลอดเวลา หรือบรรดาผู้หญิงที่ไม่ค่อยมีสมาธิในการขับรถมากนัก
ถือว่าวอลโว่ S60 นี้คือรถคันแรกที่มีระบบเบรกตัวเองได้อัตโนมัติก่อนชนคนเดินเท้า!!
มาดูกันที่ภายในของวอลโว่ S60 บ้างดีกว่าครับ ภายในของวอลโว่ S60 นั้นดูทันสมัย แต่ยังไม่ทิ้งความเนี้ยบเอาไว้อย่างลงตัว เป็นรถที่ภายในดูโมเดิร์นมั่กๆ ทีเดียวครับ
พวงมาลัยหนังแบบ 3 ก้าน ที่นอกจากจะจับได้กระชับมือแล้ว ยังเป็นแบบมัลติฟังก์ชันที่สามารถควบคุมระบบการทำงานต่างๆ บนพวงมาลัยได้ด้วย แผงคอนโซลกลางและหน้าปัดทำได้เก๋ครับ เพราะเอียงเข้าหาคนขับ ทำให้ง่ายต่อการมอง จอขนาด 5 นิ้ว ที่แสดงผลต่างๆ อย่างกระจ่างตา ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์จากดีวีดี หรือข้อมูลวิทยุ
เอาเป็นว่านั่งในห้องโดยสารของวอลโว่ S60 แล้วสบายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นยามต้องเป็นผู้ขับ หรือเป็นผู้โดยสาร
มาต่อเรื่องระบบความปลอดภัยต่อดีกว่า นอกจากระบบตรวจจับคนเดินถนนแล้ว ยังมี “ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชันหยุด/ออกตัวรถอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า” (Adaptive Cruise Control With Queue Assist And Distance Alert – ACC) ซึ่งผมอยากเรียกว่าเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือครุยซ์คอนโทรลขั้นสูงสุดแล้วครับ เพราะระบบนี้จะทำงานในทุกระดับความเร็วไปจนถึง 200 กม./ชม.
คือระบบนี้เราจะตั้งความเร็วรถอัตโนมัติว่าจะขับด้วยความเร็วเท่าไหร่ก็ตั้งไว้ครับ เมื่อตั้งแล้ว|ก็ปล่อยให้รถวิ่งไปด้วยความเร็วดังกล่าว แต่เมื่อเจอกับรถข้างหน้าที่ช้ากว่าเรา ระบบจะทำการเบรกโดยอัตโนมัติ ไม่ให้เกิดการชน และเมื่อด้านหน้ารถเราว่าง ความเร็วของรถก็จะเพิ่มอัตโนมัติไปตามที่เราตั้งไว้
ก็ถือว่าสนุกดีครับกับระบบนี้ ผมลองดูแล้วตื่นเต้นดีครับ คือรถจะเบรกเองเมื่อรถเข้าใกล้คันหน้า แต่ก็ลุ้นเหมือนกัน เพราะเท้าเราไม่ได้อยู่บนคันเร่งหรือเบรก บังคับแต่พวงมาลัยอย่างเดียว ดูเสียวๆ เหมือนกัน แต่ไม่มีปัญหาสักครั้ง จะมีก็แต่ใจคนขับที่ไม่นิ่งพอจะรอให้ระบบเบรกทำงานก่อนน่ะสิครับ
ส่วนระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้านั้นทำงานตลอดครับ เวลาผมขับซิ่งๆ เพราะระบบนี้จะมีไฟแสดงเตือนที่คอนโซลหน้าเป็นไฟกะพริบพร้อมเสียงเตือนว่าเราเข้าใกล้รถคันหน้าเกินไปแล้ว ผมต้องเพลาการมุดซ้ายมุดขวาลงไปเหมือนกัน เกรงใจระบบเตือนครับ เตือนกันเสียงแห้งเลย ถ้าเตือนแล้วเรายังจี้เข้าไปใกล้อีก ระบบก็จะเบรกอัตโนมัติให้อีกครับ
เรียกว่าไม่ให้ชนกันเลยล่ะ แต่ผมก็ยังไม่รู้นะครับว่าถ้าใส่กันมาเร็วจริงๆ แล้วระบบเบรกจะหยุดได้ทันหรือเปล่า เพราะไม่กล้าลอง แค่นี้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้วกับการขับขี่แบบปกติ
ยังครับ ยังไม่หมดแค่นั้น ยังมีระบบเตือนจุดบอดด้านข้างรถ หรือ Blind Spot Information System (BLIS) ซึ่งทำหน้าที่เตือนเวลามียานพาหนะเข้ามาในโซนจุดบอดของกระจกมองข้างครับ โดยจะมีไฟกะพริบสีส้มที่ติดอยู่ที่ประตูด้านซ้ายและขวา กะพริบเตือนเวลามีมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์วิ่งแซงขึ้นมาด้านข้างที่เรามองไม่เห็นจากกระจกมองข้าง ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ไม่น้อยทีเดียว เวลาเห็นไฟกะพริบจะได้ระวังตัวไว้หน่อย
แถมเวลาถอยจอดยังมีกล้องมองหลัง แสดงภาพด้านหลังรถให้เห็นอีกด้วย ทำให้การจอดทำได้ค่อนข้างง่ายครับ
ด้านเครื่องยนต์นั้น ผมขับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ ไดเรกต์อินเจกชัน 2.0 GTDi ที่มีแรงม้ามากถึง 203 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์เพียง 1,750-4,500 รอบต่อนาที เรียกว่าแตะคันเร่งเบาๆ หลังก็ติดเบาะแล้วครับ
อัตราเร่งแซงไม่มีปัญหา แถมยังมีจุดเด่นในเรื่องของความนุ่มนวลในการขับ จากเกียร์อัตโนมัติเพาเวอร์ชิฟต์ 6 สปีด ที่เปลี่ยนเกียร์ได้ค่อนข้างนุ่มนวลทีเดียว ช่วงล่างไม่มีกระด้างให้รำคาญใจ พวงมาลัยเบาแต่แม่นยำ ผมเลยไม่แปลกใจว่าทำไมถึงถูกใจคุณผู้หญิงกันนัก ก็ขับสบาย แถมปลอดภัยอย่างนี้นี่เอง
แต่ถ้าเป็นพวกชอบขับแบบหนักๆ หรือดิบๆ อย่างผม ก็ต้องบอกว่าไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ มันสบายเกินไปหน่อย
ค่าตัว 2.9 ล้านบาท แลกกับระบบความปลอดภัย และความสบายอย่างนี้ ใครจะซื้อให้แม่บ้านแสนรักละก็เหมาะจริงๆ







