
จ่อขึ้นบัญชีดำโรงงานโดนร้องเรียนซ้ำซาก
กระทรวงอุตฯ เข้มงวดเตรียมขึ้นบัญชีดำโรงงานที่ถูกร้องเรียนซ้ำซาก ว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีผลต่อการขอต่ออายุใบอนุญาต
กระทรวงอุตฯ เข้มงวดเตรียมขึ้นบัญชีดำโรงงานที่ถูกร้องเรียนซ้ำซาก ว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีผลต่อการขอต่ออายุใบอนุญาต
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะพิจารณาตรวจเข้มโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกประชาชนร้องเรียนซ้ำซาก ว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือถูกร้อนเรียนในเรื่องเดียวกัน 3 ครั้ง ภายใน 1 ปี ขึ้นเป็นรายชื่อบัญชีดำ ซึ่งจะมีผลต่อการขออนุญาตต่ออายุใบประกอบกิจการในครั้งต่อไป โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จะส่งเจ้าหนี้ไปตรวจสอบโรงงานก่อนที่จะพิจารณาต่อใบอนุญาตให้ ขณะที่โรงงานที่ไม่เคยมีประวัติถูกร้องเรียนจะสามารถต่อใบอนุญาตได้ทันที และหากผู้ประกอบการไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน จะต้องหยุดดำเนินกิจการทันที
ในปัจจุบันการส่งเรื่องร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะประชาชนได้รับข่าวสารมากขึ้น โดยมีช่องทางในการร้องเรียนเข้ามาทุกทางทั้งการร้องเรียนผ่านกรมโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัด รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และสื่อ ซึ่งเรื่องร้อนเรียนส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นโรงงานทำลายสิ่งแวดล้อม หรือโรงงงานประกอบกิจการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง และปัญหาส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องปัญหาน้ำเสีย และอากาศ ขณะที่เรื่องคุณภาพมาตรฐานสินค้ายังมีการร้องเรียนน้อยอยู่
ทั้งนี้ ถ้ามีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเข้ามา ทางกรมโรงงานขอให้แก้ไข หากแก้ไม่ได้ กรมโรงงานจะสั่งให้หยุดดำเนินการกิจการชั่วคราวไปก่อน เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อย เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ผ่อนผันไม่ได้ และส่งผลกระทบต่อประชาชนทำให้เดือดร้อน โดยจะมีการติดตามผลอย่างจริงจัง และส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูแลการปรับปรุง
นอกจากนี้จะเชิญกลุ่มชาวบ้าน ข้าราชการ และผู้ประกอบการ เข้ามาหารือกันถึงแนวทางในการปัญหาให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้ผลของการปรับปรุงแก้ไขเป็นไปอย่างยั่งยืน และทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการหาทางออก
“เข้าใจว่าโรงงานทุกแห่งต้องการประกอบกิจการอย่างถูกต้อง และให้เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว เพราะปัจจุบันมีช่องทางในการตรวจสอบเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่มากมาย และยากที่จะหลุดรอดไปได้ แต่ก็ยังมีบางแห่งที่ไม่ยอมทำตาม สร้างผลกระทบให้แก่ประชาชนอยู่ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจึงจะเข้มงวด ติดตาม ตรวจสอบให้โรงงานเหล่านี้พยายามเข้ามาอยู่ในระบบตรวจสอบให้ได้” นายวิฑูรย์ กล่าว
สำหรับจำนวนโรงงานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ใช้มาตรา 37 ตามพ.ร.บ.กรมโรงงานอุตสาหกรรมพ.ศ. 2535 สั่งปรับปรุงแก้ไข ตั้งแต่วันที่ 21-27 เม.ย. 2554 มีจำนวน 5 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและฟอกย้อมจำนวน 3 ราย มีปัญหาเรื่องน้ำเสีย สั่งปรับปรุงแก้ไข ภายในระยะเวลา 60 วัน และอีก 2 รายเป็นโรงงานทำถุงพลาสติก มีปัญหาเสียดัง สั่งแก้ไขภายใน 30 วัน และโรงงานทำสารเคมี มีปัญหาฝุ่นละออง เขม่าควัน สั่งแก้ไขภายใน 30 วัน โดยทั้ง 5 ราย ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. - 4 พ.ค. 2554 มีจำนวนโรงงาน ที่ถูกสั่งแก้ไข จำนวน 4 ราย แบ่งเป็นโรงงานฟอกย้อม 2 ราย มีปัญหาน้ำเสีย สั่งแก้ไขภายใน 60 วัน โรงานซ่อมรถยนต์ มีปัญหาเสียงดัง สั่งแก้ไขภายใน 30 วัน และโรงสีข้าว มีปัญหาฝุ่นละออง สั่งแก้ไขภายใน 30 วัน ซึ่งทั้ง 4 โรงงานตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่นเดียวกัน







