posttoday
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลิกล็อก

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลิกล็อก

17 พฤษภาคม 2554

แม้ว่ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ประกาศผลงานไตรมาสแรกปีนี้ออกมาคละกันไป

แม้ว่ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ประกาศผลงานไตรมาสแรกปีนี้ออกมาคละกันไป

โดย..เจียรนัย อุตะมะ

ทั้งดีกว่าคาดและน้อยกว่าที่ตลาดประมาณการ แต่ที่สร้างความประหลาดใจก็คือ ภัยนอกประเทศมีแนวโน้มฉุดผลงานบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA มากกว่าบริษัท เอสวีไอ (SVI)

ช่วงสถานการณ์สึนามิ ตลาดคาดว่าบริษัทที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ บริษัท เอสวีไอ (SVI) ที่ช่วงก่อนหน้านี้ “พิศมัย สายบัว” ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน SVI แสดงความกังวลว่า วัตถุดิบจะขาดแคลนและกระทบรายได้ในไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ดีที่สุดของบริษัท แม้ว่าจะสั่งซื้อวัตถุดิบจากยุโรป สหรัฐ และจีน แต่เชื่อว่าการผลิตขั้นต้นมาจากญี่ปุ่น

ภายหลังผลงานไตรมาสแรกออกมาปรากฏว่าดีเกินคาด รวมถึงคำสั่งซื้อล่วงหน้าด้วย

“พงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SVI กล่าวว่า มหันตภัยมีผลต่อวัตถุดิบคริสตัลเท่านั้นไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะมีสายผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ดังนั้นจึงเลือกไปเน้นผลิตสินค้าอื่นก่อน หากสถานการณ์ปกติจึงจะกลับมาผลิตอีกครั้ง ส่วนต้นทุนวัตถุดิบอื่นไม่มีปัญหาอะไร

 

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลิกล็อก

ไตรมาสแรกปีนี้ SVI มีกำไรสุทธิ 228 ล้านบาท เติบโต 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาส 2 “พงษ์ศักดิ์” คาดว่ากำไรจะทรงตัวจากไตรมาสแรกรวมถึงรายได้ที่ใกล้เคียง 81 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจะเติบโตสูง เพราะคำสั่งซื้อเข้ามามากแล้ว ในไตรมาส 3 ผลงานจะเพิ่มขึ้นอีกตามต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำกว่าไตรมาส 2

“คาดว่าทั้งปีจะมีรายได้ 330 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามเป้าหมายที่เคยตั้งไว้เติบโต 25-30% จากปีก่อน โดยรับคำสั่งซื้อมาแล้ว 300 ล้านเหรียญสหรัฐ และปี 2555 ที่ 380 ล้านเหรียญสหรัฐ หากมีการซื้อกิจการเข้ามาจะทำให้รายได้ก้าวกระโดดถึงระดับ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามเป้าหมาย”

ปีนี้บริษัทจะขยายตลาดในกลุ่มธุรกิจการแพทย์เป็นหลัก เพราะมีอัตรากำไรสูงและคู่แข่งไม่มาก ส่วนโรงงาน 3 เฟส 1 ปัจจุบันแล้วเสร็จแล้ว และเฟส 2 จะขยายไตรมาส 4 ปีนี้ โดยจะใช้เวลาดำเนินการ 5 เดือน

นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ความเห็นว่า ยังไม่เห็นสัญญาณว่าสึนามิจะกระทบ SVI และคาดว่าไตรมาส 2 ยังทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องจากคำสั่งซื้อล่วงหน้าสูงถึง 90% ของเป้าหมายทั้งปี แต่ยังคงมุมมองระมัดระวังในไตรมาส 3 ซึ่งถ้าไม่ได้รับผลกระทบจากสึนามิจะเป็นไตรมาสที่ผลงานสูงสุดของปี

ทั้งนี้ คาดว่าปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะคลี่คลายในไตรมาส 3 ทำให้ผลิตได้ทันกับคำสั่งซื้อ และปีนี้ยังขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 25-30% โดยสินค้าที่จะผลักดันยอดขายเป็นสินค้าอัตรากำไรสูง ได้แก่ ดิจิตอล วิดีโอ คาเมรา และ Hearing aids

ขณะที่ DELTA กลับผิดคาด เพราะถูกทั้งวิกฤตยุโรปและสึนามิกระหน่ำพร้อมกัน

ผลงานไตรมาสแรกบริษัทออกมาอ่อนแอเพราะตลาดยุโรปซบเซา ประมาณการไตรมาส 2 จะถูกกดดันจากยอดคำสั่งซื้อที่ชะลอตัว เพราะสึนามิที่อาจทำให้ต้องตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าคงคลังต่อเนื่อง

“กุลวดี กวยาวงศ์” ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ DELTA ให้ข้อมูลว่า แม้ว่าผลกระทบจากสึนามิจะน้อยกว่าคาด แต่เชื่อว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2 จะน้อยกว่าไตรมาสแรก ทั้งจากสึนามิที่ทำให้ยอดขายยานยนต์ทรุดและฤดูกาลเทศกาลวันหยุด ขณะที่เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนก็แย่กว่า เพราะปีที่แล้วยอดขาย Solar Inverter ดี แต่ปีนี้ไม่ค่อยดีตามสถานการณ์ของยุโรป เพราะส่งออกไปยุโรป 80%

“เราต้องสำรอง Solar Inverter ให้ยาวขึ้น โดยจะมีการตั้งสำรองมากกว่าไตรมาสแรกที่ตั้งไว้ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือจะตั้งประมาณ 5% ของสินค้าคงคลังเพื่อซื้อวัตถุดิบตุนไว้”

ไตรมาสแรกที่ผ่านมา DELTA รายงานกำไรเพียง 557 ล้านบาท ลดลง 38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 4 ปี 2553

อย่างไรก็ตาม เธอคาดว่าผลงานบริษัทจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง และทำให้ยอดขายสกุลดอลลาร์สหรัฐเติบโต 10% จากปีก่อน แต่หากเป็นเงินบาทจะทรงตัวถึงเติบโต 10%

“มหันตภัยที่เกิดขึ้นกระทบกับบริษัทแค่ 60% ที่เคยคาดไว้ และเดือน พ.ค.นี้ ลดลงเหลือ 30% แล้ว”

นับว่าประมาณการรายได้ดังกล่าวลดลงจากช่วงก่อนสึนามิ ที่ “อนุสรณ์ มุทราอิศ” กรรมการ DELTA เคยให้ข้อมูลว่ายอดขายสกุลดอลลาร์สหรัฐจะเติบโตจากปีก่อน 15% เป็น 1,200-1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะจะเพิ่มยอดขาย Solar Inverter ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากยุโรป โดยจะส่งออกไปอเมริกาเหนือ แคนาดา อินเดีย ออสเตรเลีย

“กุลวดี” ยังไม่มั่นใจว่าปีนี้ยอดขาย Solar Inverter ผลิตภัณฑ์ที่สร้างอัตรากำไรสูงจะมียอดขายเท่าใด เทียบปีก่อนที่มียอดขาย 80 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับแผนขยายโรงงาน Shipment ศูนย์กลาง Inverter สำหรับ Solar Farm ที่อินเดีย “แอนเดรส ฮอยเชน” ผู้จัดการฝ่ายไอเอ็มเอส DELTA คาดว่าจะเริ่มผลิตไตรมาส 3 ปีนี้ และ “ฮอยเชน” คาดว่าเมื่อรวมกับการที่ธุรกิจ Solar Inverter ขยายตัวอย่างรวดเร็วที่นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อินเดีย แอฟริกาใต้ รวมถึงสำนักงานที่ยุโรป คาดว่าจะทำให้รายได้จากธุรกิจ Solar Inverter ขยายตัว 20% ในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม “กุลวดี” ยอมรับว่า ถ้าจะหวังโรงงานจากอินเดียประเทศเดียวคงยากเพราะอัตรากำไรต่ำ

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส คาดว่า ไตรมาส 2 DELTA ยังถูกกดดันจากยอดคำสั่งซื้อที่ชะลอตัวและอาจตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าคงคลังประมาณ 250 ล้านบาท

“เรากังวลเกี่ยวกับยอดขาย Solar Inverter ในยุโรป และการรุกตลาดอินเดียและออสเตรเลียที่มีคู่แข่งอุตสาหกรรมมาก และนำไปสู่การแข่งขันด้านราคา”

ดังนั้นจึงปรับลดสัดส่วนยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Solar Inverter และเพิ่มสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่ม Power Systems ที่ใช้ในอุตสาหกรรมสื่อสารในอินเดียที่มีอัตรากำไรต่ำ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้และปีหน้าลดลงเหลือ 25.2% จากเดิม 26.6% ทำให้กำไรสุทธิทั้งสองปีลดลง 13% และส่งผลให้กำไรต่อหุ้นปีนี้ลดลง 12% และกลับมาเติบโตอีกครั้งปีหน้า

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน