posttoday
ไทยเครดิตใจถึงชุบชีวิตลูกหนี้ติดเครดิตบูโร

ไทยเครดิตใจถึงชุบชีวิตลูกหนี้ติดเครดิตบูโร

17 พฤษภาคม 2554

หลังจากที่ปกปิดมานานว่ามีรายชื่อลูกค้ากี่ราย

หลังจากที่ปกปิดมานานว่ามีรายชื่อลูกค้ากี่ราย

 โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

หลังจากที่ปกปิดมานานว่ามีรายชื่อลูกค้ากี่ราย ที่ถูกเจ้าหนี้ทั้งที่เป็นธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ส่งชื่อเข้าไปขึ้นบัญชีดำไว้ ที่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร)

ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้มีคนไทยถูกส่งรายชื่อขึ้นบัญชีดำหนี้เสียในเครดิตบูโรถึง 5 ล้านคน มูลค่าหนี้เสียกว่า 23 แสน ล้านบาท ในจำนวนนี้เกินครึ่งเป็นรายชื่อของลูกค้านันแบงก์ที่มีหนี้เสียมากที่สุด คือ บัตรเครดิตอิออน รองลงมาคือ บัตรเฟิร์สช้อยส์

ไทยเครดิตใจถึงชุบชีวิตลูกหนี้ติดเครดิตบูโร

 

หนี้เสียที่มีมากที่สุด ก็คือการกดเงินสดจากบัตรล่วงหน้า และซื้อสินค้าเงินผ่อน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพง แต่ไม่มีความสามารถในการชำระค่างวดได้จนครบกำหนด

จะเห็นได้ว่าโครงสร้างหนี้เสียได้เปลี่ยนไป จากเดิมในระยะแรกที่มีการจัดตั้งเครดิตบูโร ธนาคารซิตี้แบงก์ เจ้าของบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ครองแชมป์มีลูกค้าอยู่ในระบบมากที่สุด ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีรายได้ประจำและมีเครดิตพอที่จะทำบัตรเครดิตได้

แต่ปัจจุบันบัตรเครดิตของนันแบงก์ จะเน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อย หรือกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละหมื่นบาท ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะเมื่อรายชื่อติดบัญชีดำแล้ว ต้องใช้เวลา 3 ปี จึงจะล้างประวัติออกจากหนี้เสียได้

อย่างไรก็ดี ใช่ว่ารายชื่อถูกขึ้นบัญชีดำเป็นหนี้เสียแล้วจะไม่สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เพราะการจะให้สินเชื่อหรือไม่ อยู่ในดุลพินิจของสถาบันการเงิน ที่จะรับความเสี่ยงอย่างไร หากรับความเสี่ยงได้ก็ปล่อยกู้ให้ลูกค้าที่ติดเครดิตบูโรได้ แต่ว่าสถาบันแห่งนั้นจะต้องใจถึงพอสมควร

และขณะนี้ก็มีสถาบันการเงินที่ใจถึงพอจะให้โอกาสแก่ลูกค้าเหล่านี้เริ่มต้นชีวิตใหม่

มงคล ลีลาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย กล่าวว่า ธนาคารได้ออกโครงการภารกิจพลิกชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น โดยใช้ชื่อสินเชื่อพลิกชีวิตคนค้าขาย ไม่ดูประวัติเครดิตบูโรในอดีต เนื่องจากเครดิตบูโรเป็นการเก็บประวัติย้อนหลัง 3 ปี ทำให้ลูกค้าไม่มีโอกาสตั้งตัว

เงื่อนไขโครงการนี้จะดูประวัติในปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสให้คนค้าขายและทำธุรกิจ เข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบได้

อย่างไรก็ดี ลูกค้าจะต้องทำธุรกิจใหม่มาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี ถึงจะเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ต้องสะท้อนได้ว่าสามารถชำระหนี้ได้ และมีความตั้งใจจริงในการทำธุรกิจ โดยโครงการนี้เน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อย แบ่งเป็นวงเงินกู้ระยะยาวสูงสุดไม่เกิน 10 ปี วงเงินสูงสุดไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อราย และให้เงินกู้สูงสุดไม่เกิน 70% ของราคาประเมิน

ขณะเดียวกันยังมีวงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D) ต่ออายุสัญญาปีต่อปี วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย คิดดอกเบี้ยเริ่มต้นดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) บวก 0.25%

มงคล กล่าวว่า ขณะนี้สามารถปล่อยกู้กลุ่มคนค้าขายได้แล้วกว่า 400 ล้านบาท โดยทั้งปีตั้งเป้าจะมีลูกค้าขอกู้ถึง 1,000 ล้านบาท

“สิ่งที่เราดูไม่ได้อยู่ที่อดีต แต่ดูปัจจุบันและอนาคต ถ้าอดีตมีปัญหา แต่ปัจจุบันทำธุรกิจใหม่แล้วเราก็ควรให้โอกาส ให้เขากลับสู่ระบบได้ สามารถตั้งตัวได้ ไม่ใช่มีประวัติในอดีตแล้วถูกตัดวงจรทางการเงินทั้งหมด” มงคล กล่าว

โครงการนี้ครอบคลุมการให้บริการลูกค้าใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าที่นำเงินมาค้าขาย กลุ่มลูกค้าที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ เดิมเคยรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินอื่น อยู่ระหว่างการผ่อนชำระมาหลายปี ปัจจุบันต้องการปรับวิธีการผ่อนชำระก็ย้ายมาอยู่กับธนาคารได้ และกลุ่มผู้ที่ร้อนเงิน

มงคล กล่าวว่า ขณะนี้การแข่งขันสินเชื่อและเงินฝากไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างธนาคารพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังต้องแข่งขันกับธนาคารของรัฐ ซึ่งยอมรับว่าธนาคารของรัฐได้เปรียบ เพราะไม่ได้อยู่ภายใต้กฎของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฉะนั้นหากธนาคารพาณิชย์จะออกผลิตภัณฑ์ก็ยังเสียเปรียบ ตอนนี้ธนาคารของรัฐก็พุ่งเป้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ธนาคารแต่ละแห่งก็ต้องหาแนวทางส่งเสริมการขาย

ขณะที่เงินฝากหลายธนาคารก็ออกผลิตภัณฑ์เป็นขั้นบันได ทำให้เกิดการแย่งฐานลูกค้าเงินฝาก โดยมีธนาคารของรัฐแข่งขันด้วย

สำหรับสินเชื่อไตรมาสแรกเติบโต 40% เป็นสินเชื่อใหม่ 2,200 ล้านบาท โดยมองว่าไตรมาส 2 น่าจะปล่อยสินเชื่อได้ใกล้เคียงกับไตรมาสแรก

การให้โอกาสแก่ผู้ติดบัญชีดำของธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เมื่อใจถึงก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อไม่ให้ลูกค้าหนี้เสียนี้มาสร้างหนี้เน่าให้กับธนาคารเพิ่มมากกว่าจะสร้างผลกำไร

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน