posttoday
ผลงานที่ไม่ต้องใช้งบประมาณ

ผลงานที่ไม่ต้องใช้งบประมาณ

08 กุมภาพันธ์ 2553

...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

ฉลองครบรอบ 7 ปีเต็มไปเรียบร้อยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องขอแสดงความยินดีย้อนหลังกับหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ที่ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างมีคุณภาพจนได้รับการยอมรับจากผู้อ่านให้เป็นหนังสือพิมพ์รายวันด้านเศรษฐกิจอันดับ 1 ของประเทศ

ในวันงานซึ่งจัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พลาซา นอกจากท่านนายกรัฐมนตรีจะให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานแล้ว ยังมีนักธุรกิจชั้นนำของประเทศหลายท่านมาร่วมบรรยายพิเศษให้ข้อมูลความคิดเห็นด้านธุรกิจเศรษฐกิจอย่างน่าสนใจอีกด้วย

ผมมีโอกาสนั่งฟังคุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย (SCG) บรรยายในวันนั้น รู้สึกประทับใจหลายอย่าง ท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถในการถ่ายทอดอย่างดีเยี่ยม ฟังง่าย เข้าใจง่าย เชื่อมโยงเรื่องและประเด็นได้อย่างไหลลื่น ใช้คำพูดที่ฟังสบายหู ดูสบายตา ลีลาน่าเลื่อมใส ข้อมูลที่นำมาฉายประกอบการบรรยายก็ชวนติดตาม เนื้อหาสาระไม่ต้องพูดถึงถือว่ามีการทำการบ้านมาอย่างดีซึ่งถือเป็นการให้เกียรติเจ้าภาพและผู้ฟังในงาน

ในตอนท้ายๆ ได้ฟังผลงานของเครือซิเมนต์ไทย ต้องยอมรับครับว่าท่านเป็นนักธุรกิจชั้นนำคนหนึ่งของประเทศที่มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการเข้าขั้นเทพเลยละครับ

ที่ชอบมากๆ คือความเป็นผู้นำในเรื่องดีๆ ที่ทำเพื่อสังคมโดยไม่เน้นประชาสัมพันธ์สร้างภาพเพื่อหวังเอาหน้า โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อน หรือแม้กระทั่งนโยบายการสนับสนุนจัดซื้อจัดหาผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทเหล่านั้นอาจจะมีต้นทุนสินค้าที่สูงกว่าบริษัทอื่นทั่วไป แต่เครือซิเมนต์ไทยก็ยอมอุดหนุนเพื่อให้อยู่รอดทางธุรกิจต่อไปได้

ตรงนี้ละครับที่น่าเลื่อมใส นโยบายแบบนี้ยังไม่ค่อยเห็นองค์กรอื่นๆ ทำ เพราะส่วนใหญ่จะเน้นหาของถูกเป็นหลัก หน่วยงานรัฐทั้งหลายที่ต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างปีละหลายแสนล้านบาทน่าจะเอาเป็นตัวอย่าง ควรแบ่งสัดส่วนมาอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่มีส่วนช่วยสังคมและสิ่งแวดล้อมบ้าง จะกำหนดไว้ใน TOR เลยก็ยังได้

เสียดายที่วันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีมาฟังคุณกานต์พูดไม่ทัน ถ้ารัฐบาลนี้จะลองเอาแนวทางนี้ไปกำหนดเป็นนโยบายด้านการจัดซื้อจัดจ้างให้หน่วยงานรัฐทำดูบ้าง ผมเชื่อว่าจะได้ใจประชาชนและผู้ประกอบการอีกมากมาย

ภาวะโลกร้อนเป็นกระแสความตื่นตัวของประชาคมโลก รัฐบาลน่าจะขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นนโยบายเพื่อสร้างผลงานให้กับสังคมไทยและสังคมโลก ควรทำอย่างชัดเจนและจริงจัง ไม่แต่เพียงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัทห้างร้านที่ช่วยลดโลกร้อนเท่านั้น

การช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบการที่มีการลงทุนทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลควรจะให้สิทธิประโยชน์หรือสิทธิพิเศษเป็นการตอบแทน และเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้มีการทำตามกันมากๆ

ตัวอย่างเช่น สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี สิทธิประโยชน์ในการขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้าของหน่วยงานรัฐ และที่น่าจะจูงใจผู้ประกอบการมากที่สุดก็คือ สิทธิในการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เอาแบบต่ำจริงๆ ซึ่งก็ทำได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการใช้งบประมาณสักก้อนมาตั้งเป็นกองทุนให้กู้ยืม หรือตั้งเอามาชดเชยจ่ายดอกเบี้ยบางส่วนให้ผู้กู้โดยผ่านสถาบันการเงินของรัฐ

หรือทำแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้งบประมาณ ก็แค่ไปหาเงินฝากสักก้อนจากหน่วยงานของรัฐที่ไหนก็ได้ แล้วเอามาฝากไว้กับเอสเอ็มอีแบงก์ ฝากกินดอกเบี้ยต่ำ แล้วกำหนดให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำด้วย ผู้ประกอบการรายไหนเข้าสเปกโครงการนี้ ก็มีสิทธิใช้บริการ

หลักการเดียวกันกับสำนักงานประกันสังคมของกระทรวงแรงงานที่เอาเงินมาฝากให้เอสเอ็มอีแบงก์ไปปล่อยกู้ในโครงการสินเชื่อชะลอการเลิกจ้างแรงงาน อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปีแบบคงที่นานถึง 5 ปี ซึ่งปีที่แล้วโครงการนี้กลายเป็นพระเอกอยู่ในใจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ

รัฐบาลสามารถสร้างผลงานได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณ...ไม่สนใจหรือครับ??

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน