posttoday
เปิดศูนย์ปฎิบัติการโครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ ไอแบงก์

เปิดศูนย์ปฎิบัติการโครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ ไอแบงก์

16 พฤษภาคม 2554

แม้ว่านับเวลาถอยหลังเลือกตั้ง เพื่อรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

แม้ว่านับเวลาถอยหลังเลือกตั้ง เพื่อรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

แม้ว่านับเวลาถอยหลังเลือกตั้ง เพื่อรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ แต่หากจะตามย้อนนโยบายสินเชื่อประชาวิวัฒน์ที่หว่านเริ่มดีเดย์โครงการ 14 ก.พ. 2554 และสิ้นสุดโครงการวันที่ 14 ส.ค. 2554 รวมระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือนนั้น ถึงปัจจุบันเดินมาครึ่งทางแล้ว ที่รัฐบาล “อภิสิทธิ์” มอบหมายให้ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ผลักดันสินเชื่อประชาวิวัฒน์วงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสินเชื่อแท็กซี่เข้มแข็ง 1,600 ล้านบาท สินเชื่อแม่ค้าเข้มแข็ง และวินเข้มแข็ง 3,400 ล้านบาท ณ วันนี้มีความคืบหน้าแค่ไหน

เปิดศูนย์ปฎิบัติการโครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ ไอแบงก์

 

“โพสต์ทูเดย์” พาเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่บนถนนรามคำแหง 87 พร้อมทั้งสัมภาษณ์นายก่อเกียรติ วงศ์อารี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย อีกฟันเฟืองหนึ่งที่ร่วมผลักดันนโยบายกลุ่มด้อยโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราที่ต่ำและสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวและชุมชน

นายก่อเกียรติ กล่าวว่า ธนาคารอิสลามฯได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ขึ้นมาเพื่อมารองรับนโยบายสินเชื่อประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล ที่จะแยกส่วนจากสาขาต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถที่จะติดต่อได้อย่างครบวงจร โดยปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 25 คน ที่ดำเนินนโยบายในเชิงรุกลงพื้นที่ต่างๆ ในการช่วยรัฐบาลประชาสัมพันธ์ประชาวิวัฒน์ให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย ในอนาคตจะจัดตั้งศูนย์ฯ นี้อย่างถาวรและมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการสินเชื่อตามนโยบายภาครัฐ ไม่ว่าพรรคใดจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม

สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารอิสลามฯ ในโครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ นายก่อเกียรติ กล่าวว่า ธนาคารมีเป้าหมายการให้บริการสินเชื่อวงเงินรวม 1,000 ล้านบาท คิดเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 2 หมื่นคน แบ่งเป็น 1.สินเชื่อแท็กซี่เข้มแข็ง วงเงิน 400 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมาย 500 คน เป็นการให้สินเชื่อบุคคลไม่เกิน 8 แสนบาท คิดอัตรากำไร 6.56.75% 2.สินเชื่อวินเข้มแข็ง วงเงิน 350 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมาย 7,000 คน ให้สินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดอัตรากำไร 12% และสินเชื่อแม่ค้าเข้มแข็ง วงเงิน 250 ล้านบาท เป้าหมาย 5,000 คน อัตรากำไร 9-18%

เปิดศูนย์ปฎิบัติการโครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ ไอแบงก์

แม้ว่าผ่านมาเกือบ 3 เดือน หรือเกือบครึ่งทางของโครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์แล้ว ยอมรับว่ายังไม่สามารถที่จะปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของธนาคารทั้งนั้น เช่น ลูกค้ามีการเตรียมเอกสารมาไม่ครบ ไม่มีบุคคลมาค้ำประกัน โดยรวมมีลูกค้ามาลงทะเบียนกว่า 1,000 คน แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ที่ทางการกำหนดกว่าครึ่ง ถ้าเอกสารหลักฐานครบ ธนาคารสามารถจะอนุมัติเงินได้ภายในวันเดียว

อุปสรรคสำคัญที่จะทำให้การให้สินเชื่อประชาวิวัฒน์ลุ่มๆ ดอนๆ นั้น ยกตัวอย่าง การปล่อยสินเชื่อแท็กซี่เข้มแข็ง มีผู้มาลงทะเบียน 305 ราย อนุมัติไป 53 ราย และเบิกใช้หรือออกรถไปขับแล้วเพียง 12 ราย สาเหตุสำคัญเนื่องจากดีลเลอร์รถโตโยต้าไม่มีรถให้และต้องใช้เวลาจองนานกว่า 3 เดือน รถโตโยต้า อัลติส ที่เป็นรถยอดนิยมของผู้ขับแท็กซี่ขาดตลาด เนื่องจากเกิดสึนามิในประเทศญี่ปุ่น ทำให้กระบวนการผลิตรถจะต้องหยุดชะงักไม่มีรถออกมา ซึ่งกระทบกับโครงการแท็กซี่เข้มแข็งมาก

ปัญหาสินเชื่อวินเข้มแข็งมีปัญหามาก ยังไม่สามารถที่จะออกรถได้ โดยมีผู้มาลงทะเบียน 200 กว่าคน แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด เพราะลูกค้าขาดเอกสารการขึ้นทะเบียนกับ กทม. ที่จะนำมาเป็นหลักฐานในการขอสินเชื่อกับธนาคาร ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ได้เปิดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างมาลงทะเบียนเพื่อขึ้นทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างใหม่ เพื่อออกบัตรประจำตัวให้สอดคล้องกับทะเบียนรถ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลประมาณเดือน พ.ค.มิ.ย. 2554

ส่วนสินเชื่อแม่ค้าเข้มแข็ง มีผู้มาขึ้นทะเบียนกับธนาคาร 961 ราย ผ่านเกณฑ์ 484 คน หรือครึ่งหนึ่ง อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 80 ราย ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากลูกค้าขาดเอกสารใบอนุญาตให้ขายของในจุดผ่อนผันของ กทม.ที่จะนำมาใช้เป็นหลักฐานการขอสินเชื่อกับธนาคาร เพราะปัจจุบัน กทม.อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติใบอนุญาต คาดว่าจะทราบผลประมาณเดือน มิ.ย. 2554

เปิดศูนย์ปฎิบัติการโครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ ไอแบงก์

“ปัญหาส่วนใหญ่ที่ลูกค้ามาใช้บริการแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะติดขัด กทม.ยังไม่สามารถออกเอกสารหลักฐานมาประกอบในการให้สินเชื่อได้ แต่ธนาคารก็ไม่ได้ทิ้งลูกค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยมีการนำเสนอสินเชื่อจุลภาค หรือสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ คิดอัตรากำไร 12% แต่เอกสารไม่ยุ่งยากเหมือนกับสินเชื่อประชาวิวัฒน์ และเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการกู้เงินนอกระบบ ที่คิดอัตรา 20% ต่อเดือน” นายก่อเกียรติ กล่าว

ในขณะเดียวกันต้องลงพื้นที่ที่จะเข้าหาลูกค้าโดยตรง เพราะกลุ่มแม่ค้า หรือวินมอเตอร์ไซค์ไม่มีเวลาที่จะมารับฟังงานสัมมนาต่างๆ เพราะทำให้เสียเวลาทั้งวันและเสียรายได้ โดยธนาคารได้มีแผนการจัดประชุมผู้ประกอบการวินจักรยานยนต์ตามสำนักงานเขตต่างๆ เช่น บอกกอกน้อย ประเวศ มีนบุรี ลาดพร้าว หนองแขม บางเขน และบางซื่อ รวมทั้งร่วมมือกับผู้จำหน่ายจักรยานยนต์แจกใบปลิวตามวินต่างๆ และร่วมกับ กทม.ในการอบรมแนะนำสินเชื่อให้กับพ่อค้าแม่ค้า 50 เขต แบ่งออกเป็น 7 รุ่น รุ่นละประมาณ 200-300 คน

นอกจากนี้ธนาคารได้มีการแต่งตั้งผู้ประสานงาน (Bank Coordinator หรือ BC) ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากกรรมการกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ กทม.อนุญาตผ่อนผันเป็นจุดค้าขายหรือกรรมการชุมชนใน กทม.และธนาคารแต่งตั้งให้ทำหน้าที่คัดเลือกและแนะนำผู้ขอสินเชื่อที่อยู่ในความดูแลส่งให้กับธนาคารเพื่อให้ธนาคาร พิจารณาสินเชื่อต่อไป

จุดเด่นของสินเชื่อประชาวิวัฒน์ของธนาคารอิสลามฯ จะแตกต่างจากธนาคารของรัฐอื่นๆ ธนาคารจะเน้นคุณธรรม คนดี และถ้าเป็นผู้หญิงมาขอสินเชื่อจะคิดอัตรากำไรพิเศษให้ เช่น สินเชื่อแม่ค้าเข้มแข็ง ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ยินยอมยืนยันตัวเองว่าสูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือของมึนเมา หรือเล่นการพนัน จะคิดอัตรากำไรปกติ 1.5% ต่อเดือน หรือ 18% ต่อปี แต่ถ้าเป็นคนดีไม่สูบบุหรี่ ดื่มสุราและไม่เล่นการพนันคิดอัตรากำไรเดือนละ 1% หรือปีละ 12% สำหรับสุภาพสตรีที่ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา และไม่เล่นการพนัน คิดอัตรากำไร 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี ส่วนสินเชื่อแท็กซี่เข้มแข็งถ้าเป็นผู้ชายคิดปกติคิดอัตรากำไร 0.5% ต่อเดือน หรือ 6% ต่อปี แต่ถ้าเป็นสุภาพสตรีมาขอสินเชื่อธนาคารจะคิดอัตรากำไรเพียง 0.4% ต่อเดือน หรือ 4.8% เนื่องจากสุภาพสตรีจะต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบสูงกว่าผู้ชาย ที่ต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวเป็นเสาหลักทำมาหากินและดูแลครอบครัว

ทั้งนี้ที่ผ่านมามีผู้หญิงที่มายื่นขอสินเชื่อแท็กซี่ประชาวิวัฒน์คิดเป็น 10% ของผู้ที่มายื่นขอสินเชื่อทั้งหมด ในส่วนสินเชื่อแม่ค้าเข้มแข็งส่วนใหญ่กว่า 90% จะเป็นผู้หญิง

นายก่อเกียรติ กล่าวย้ำว่า แม้ว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงการเลือกตั้งอาจจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ธนาคารอิสลามฯ พร้อมที่จะเดินหน้าเต็มที่ที่จะผลักดันโครงการประชาวิวัฒน์ให้ถึงเป้าหมาย

“ธนาคารไม่ได้ทำโครงการนี้เพื่อรัฐบาล แต่ทำเพื่อผลประโยชน์ประชาชนระดับล่างที่ไม่เข้าถึงสินเชื่อ เพราะธนาคารพาณิชย์ทั่วไปจะเข้าหาคนรวยคนมีเงิน เพราะต้องให้โอกาสคนด้อยโอกาส และที่ผ่านมาเห็นว่าคนที่ด้อยโอกาสพวกนี้เมื่อเราให้โอกาสคนกลุ่มนี้จะมีสัจจะและซื่อสัตย์ในการชำระหนี้ ซึ่งมีปัญหาหนี้เสียน้อยมาก” นายก่อเกียรติ กล่าว

แม้ว่าหนทางโครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์จะแผ่วเร่งเครื่องไม่ขึ้น ยิ่งรัฐบาลใกล้หมดอำนาจเหมือนน้ำมันหมด เครื่องยนต์ติดๆ ขัดๆ จะขับเคลื่อนไปถึงเป้าหมาย ต้องรอลุ้นให้รัฐบาลใหม่มาหยอดน้ำมันใหม่ แต่เชื่อได้ว่าไม่ว่าพรรคไหนมาเป็นรัฐบาลคงหยิบสินเชื่อรากหญ้ามาปัดฝุ่นอีก เพียงแค่เปลี่ยนชื่อเท่านั้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท