posttoday
SSI กำไรอีกเยอะ...แกร่งด้านผลิต-คุมต้นทุนถาวรได้ 50%

SSI กำไรอีกเยอะ...แกร่งด้านผลิต-คุมต้นทุนถาวรได้ 50%

08 กุมภาพันธ์ 2553

ถือเป็นอีกปีหนึ่งที่บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ประสบความสำเร็จเกินคาด สามารถทำกำไรได้ถึง 1,500 ล้านบาท รายได้รวม 3.3 หมื่นล้านบาท แม้เผชิญกับพายุลูกโตจากแรงกระเพื่อมวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก พร้อมๆ กับปัญหาต้นทุนทางพลังงานที่สูงขึ้น

“วิน วิริยประไพกิจ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เล่าให้ฟังว่า ผลงานปี 2552 ที่ออกมาดีมากเป็นเพราะบริษัทปรับตัวให้สอดคล้องตามสถานการณ์ ตั้งแต่เพิ่มการขายสินค้าเหล็กคุณภาพพิเศษ เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดด้วยการพัฒนาคุณภาพสินค้าและการบริการจนมียอดขายเหล็กสูงสุดในประเทศไทย

และที่สำคัญคือ สามารถลดต้นทุนการผลิตเหล็กรีดร้อนได้ถึง 423 ล้านบาท เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 300 ล้านบาท จนทำให้สามารถทำสถิติผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนได้สูงสุด คือ 1.12 หมื่นตันต่อวัน

แต่อะไรไม่สำคัญเท่ากับที่ต่อจากนี้ไป บริษัทจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถลดต้นทุนได้โดยถาวรถึง 50%

ส่วนกลยุทธ์ที่ทำให้บริษัทเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งคาดว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) ได้ในระดับช่วงเดียวกับไตรมาส 4 ปีก่อน ที่ 17%

พร้อมๆ กับการเพิ่มกำลังการผลิต โดยตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการขายเหล็กเป็น 2.7 แสนตันต่อปี หรือใช้กำลังการผลิตถึง 70% ของกำลังการผลิตโดยรวม ซึ่งถือเป็นระดับกำลังการผลิตสูงสุดในอุตสาหกรรม หากเทียบกับปีก่อนมีปริมาณขายอยู่ที่ 1.75 แสนตันต่อปี หรือใช้เพียง 40% ของกำลังการผลิตทั้งหมด

อย่างไรก็ดี ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 5 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 3.3 หมื่นล้านบาท และยังมั่นใจว่าจะรักษาการทำกำไรได้เหมือนกับปีก่อน ที่แม้จะเจอวิกฤตขาดทุนหนักถึง 1,875 ล้านบาท ในไตรมาสแรกก็ตาม แต่ก็สามารถบริหารจัดการต้นทุนจนทำให้ทั้งปีมีกำไรสุทธิ 1,500 ล้านบาท

“ปี 2552 เป็นอีกปีที่ SSI สามารถผ่านวิกฤตระดับโลกได้อีกครั้ง และเรามีรายได้สูงสุดในอุตสาหกรรม พร้อมกลับเข้าสู่ความเข้มแข็งทางการเงิน ปัจจุบันมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) เพียง 1.2 เท่า จากนโยบายไม่เกิน 1.5 เท่า ฉะนั้น สามารถที่จะขยับการลงทุนหรือสร้างฐานที่ใหญ่ขึ้นได้ โดยสามารถกู้ยืมและออกหุ้นกู้ในอนาคต แต่สำหรับปีนี้คงไม่มีการออกหุ้นกู้แน่นอน”

ขณะนี้บริษัทกำลังศึกษาบางโครงการที่จะขยายการลงทุนไปต่างประเทศ ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นจังหวะดีที่อุตสาหกรรมเหล็กทั้งไทยและเอเชียยังอยู่ในช่วงวิกฤต รวมถึงคู่แข่งทางธุรกิจที่กำลังประสบปัญหา จะทำให้ SSI มีโอกาสที่จะเดินไปข้างหน้าได้เร็วกว่า แต่การตัดสินใจลงทุนจะต้องเพิ่มความรอบคอบ เพราะมีประเด็นมาตรา 67 เรื่องกฎหมายที่ต้องรอการอนุมัติ ส่วนโรงถลุงเหล็กในเครือก็ยังหยุดเดินเครื่องตั้งแต่ม.ค. ปีที่ผ่านมา

“โดยหลักการลงทุนแล้วคงไม่พ้นภูมิภาคเอเชียหรือประเทศที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบให้กับเราได้ เช่น วัตถุดิบผลิตเหล็กขั้นต้น เหมืองแร่ แต่ปีนี้บริษัทยังไม่มีการลงทุนในโครงการใหญ่แต่อย่างใด มีเพียงงบซ่อมบำรุงและปรับปรุงเครื่องจักร 400500 ล้านบาทเท่านั้น”

ส่วนแนวโน้มราคาเหล็กรีดร้อนปีนี้เฉลี่ยน่าจะใกล้เคียงกับช่วงไตรมาส 4 ปีก่อนที่ระดับ 2.1 หมื่นบาทต่อตัน หรือ 600 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพราะราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและเศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัวอย่างมั่นคง อย่างไรก็ดี ตั้งเป้าจะเพิ่มการส่งออกเป็น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 10%

ส่วนกรณีที่ทางการจีนออกมาตรการควบคุมสินเชื่อและอาจจะมีการออกมาตรการใหม่ๆ มาดูแลภาวะฟองสบู่เศรษฐกิจ รวมถึงความกังวลเรื่องฐานะการคลังในประเทศยุโรปนั้นไม่มีผลกระทบต่อ SSI และน่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นนักลงทุนและผู้ถือหุ้นสบายใจได้!!!

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี