posttoday
คันทรี่ซื้อฮ่องกง SICCOใกล้จบ

คันทรี่ซื้อฮ่องกง SICCOใกล้จบ

08 กุมภาพันธ์ 2553

 

 

 

โพสต์ทูเดย์ — บล.คันทรี่ เคาะเทกโอเวอร์บริษัทหลักทรัพย์ฮ่องกง เปิดประตูรับลูกค้ากองทุนต่างประเทศ ส่วนบริษัทเงินทุน สินอุตสาหกรรม ดีลใกล้จบ

แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) เปิดเผยว่า ขณะนี้การเจรจาซื้อหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ในต่างประเทศใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจะตัดสินใจซื้อบริษัทหลักทรัพย์ฮ่องกงมากกว่า บริษัทหลักทรัพย์สิงคโปร์ เพราะบริษัทรับคำสั่งซื้อขาย (ออร์เดอร์) จากกองทุนในฮ่องกงมากกว่า และการลงทุนครั้งนี้บริษัทไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน

สำหรับลูกค้าในประเทศแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนรายใหญ่ได้ต่อรองขอใช้ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ (ค่าคอมมิชชัน) ในอัตรา 0% เช่นเดียวกับตลาด ซึ่งบริษัทคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ และก็ไม่ได้เป็นภาระแก่บริษัทมากนัก

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะต้องปรับตัวโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานและการให้บริการมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานด้านแบ็กออฟฟิศ และให้โอกาสพนักงานขยับขยายไปทำงานในส่วนอื่นๆ เช่น การขายผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย เพื่อนำรายได้เข้าบริษัท

“ภาวะการแข่งขันค่าคอมมิชชันคาดว่าจะทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในงวดไตรมาสแรกปีนี้ ไม่ขาดทุน แต่คงจะมีกำไรเล็กน้อยหรือทรงตัว ส่วนในปีที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ” แหล่งข่าวเปิดเผย

ทั้งนี้ ในรอบ 9 เดือนแรกปี 2552 บล.คันทรี่ กรุ๊ป ประสบปัญหาขาดทุนสุทธิ 66.38 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนหุ้นละ 0.02 บาท หลังจากผลงานครึ่งแรกขาดทุนสุทธิถึง 178 ล้านบาท และพลิกมามีกำไรสุทธิ 112.43 ล้านบาท ในไตรมาส 3

สำหรับกรณีราคาหุ้น CGS ปรับตัวลงต่อเนื่อง และล่าสุดปิดที่ 1.05 บาท นับว่าต่ำกว่าราคาหุ้นเพิ่มทุนที่ 1.30 บาท แถมใบสำคัญแสดงสิทธิ (CGSW5) แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ราคาหุ้น CGS ขณะนี้ นับว่าซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชี (บุ๊กแวลู) ที่ 1 บาทเศษ

ด้านแหล่งข่าวจากวงการหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ใกล้จะได้ข้อยุติการเจรจาขายบริษัทเงินทุน สินอุตสาหกรรม (SICCO) แล้ว ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ (SSEC) มีผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่แทน SICCO ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน