
รัฐสกัดยางรถยนต์เถื่อนนำเข้า
สมอ.เล็งออกมาตรฐานคุมคุณภาพชงกมอ.พิจารณาปีหน้า
สมอ.เล็งออกมาตรฐานคุมคุณภาพชงกมอ.พิจารณาปีหน้า
สมอ.เล็งออกมาตรฐานบังคับยางรถยนต์หวั่นโดนสินค้าต่างประเทศคุณภาพต่ำตีตลาด
นายชัยยง กฤตผลชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า มีแผนกำหนดมาตรฐานบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และปัจจุบันมีสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาดในเมืองไทยอย่างมาก
ทั้งนี้ สินค้าดังกล่าวนำเข้ามาขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาซื้อวัตถุดิบยางพารา เช่น ยางรถยนต์ 1 เส้น มีน้ำหนัก 60 กก. ในขณะที่ราคายางพารา กก.ละ 150 บาท คำนวณแล้วราคายางเบื้องต้นจะอยู่ที่ 9,000 บาท/เส้น แต่ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาขายอยู่ที่เส้นละ 3,000-4,000 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่านำวัสดุอื่นๆ เข้ามาผสมหรือไม่และเมื่อนำมาใช้แล้วมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน
นอกจากนี้ หากไม่มีการกำหนดมาตรฐานมาควบคุม จะยิ่งทำให้มีคนนำเข้าสินค้าประเภทนี้มาขายในประเทศมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อยที่ขายอยู่ในต่างจังหวัด จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานควบคุมเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วย โดย สมอ.จะนำเสนอเรื่องนี้ให้คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) พิจารณาในปีหน้า
ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประเภทเซรามิก อยู่ระหว่างการหารือกับผู้ประกอบการกลุ่มเซรามิกลำปางเพราะผู้ประกอบการเกรงว่าหากประกาศเป็นมาตรฐานบังคับแล้ว จะส่งผลกระทบต่อสินค้าของลำปางได้ เพราะเซรามิกลำปางเป็นงานฝีมือแฮนเมด อาจจะผลิตไม่ได้มาตรฐานตามที่สมอ.กำหนดได้ จึงอาจจะต้องแยกประเภทเซรามิกให้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการกำหนดให้เป็นมาตรฐานบังคับอยู่หลายรายการ เช่น โถส้วมนั่งราบ (ชักโครก) ที่ สมอ.ให้ความเห็นชอบกำหนดเป็นมาตรฐานบังคับแล้ว ขั้นตอนอยู่ระหว่างการเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแสดงความคิดเห็น และประกาศบังคับใช้ต่อไป
ขณะเดียวกัน จะมีการประกาศมาตรฐานบังคับสำหรับรถยนต์ให้เป็นมาตรฐานยูโร 4 ซึ่งจะเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ใหม่ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล รวมถึงรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกเช่น แก๊สโซฮอล์ ไฮบริด เป็นต้น ซึ่งจะให้เวลาในการปรับตัว 1 ปี โดยรถยนต์ใหม่ที่ออกมาจะถูกตรวจสอบโดยมาตรฐานใหม่ ส่วนรถยนต์เก่าสามารถใช้มาตรฐานเดิมได้อีก 1 ปี เมื่อพ้นกำหนดแล้วจะต้องผ่านมาตรฐานยูโร 4 เท่านั้น
นายชัยยง กล่าวว่า มาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 ขณะนี้ กมอ.เห็นชอบมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะจัดทำประชาพิจารณ์ เพื่อประกาศกฤษฎีกา และให้เสนอให้ครม.เห็นชอบต่อไป ซึ่งรายละเอียดของมาตรฐานเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยคาดว่าในปีหน้ามาตรฐานที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจะน่าเริ่มบังคับใช้ทั้งหมด
สำหรับจำนวนมาตรฐานบังคับในปัจจุบันมีอยู่ทั้งหดมด 99 มาตรฐาน มีมาตรฐานใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2554 ทั้งหมดจำนวน 5 มาตรฐาน ได้แก่ 1. มาตรฐานเข็มขัดนิรภัยสำหรับรถยนต์ มีผลบังคับใช้วันที่ 26 ก.พ. 2554 2.มาตรฐานเครื่องตัดวงจรใช้กระแสเหลือแบบไม่มีอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัยและใช้ในลักษณะที่คล้ายกัน มีผลวันที่ 8 เม.ย. 3. มาตรฐานเหล็กกล้าคาร์บอนทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างเครื่องจักรกล มีผลวันที่ 11 เม.ย. 4. มาตรฐานเครื่องใช้เหล็กกล้าไร้สนิม:ภาชนะหุงต้มที่มีรอยประสาน มีผลวันที่ 18 ส.ค. 5. มาตรฐานรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟที่ใช้ก๊าซธรรมชาติหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง เฉพาะด้านความปลอดภัย : สารมลพิษจากเครื่องยนต์ ระดับที่ 1 มีผลบังคับใช้วันที่ 15 ก.ย. 2554







