
แบงก์ขู่ฟ่อปรับขึ้นค่าต๋งรูดปรื๊ด
ธนาคารดิ้นเก็บค่าธรรมเนียมลูกค้ารูดปรื๊ด ชดเชยรายได้หายจากรีไฟแนนซ์
ธนาคารดิ้นเก็บค่าธรรมเนียมลูกค้ารูดปรื๊ด ชดเชยรายได้หายจากรีไฟแนนซ์
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า โครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตของรัฐบาล จะส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินที่ให้บริการบัตรเครดิต เพราะการปิดบัญชีบัตรเครดิต จะทำให้ธนาคารต้องสูญเสียลูกค้าในบางส่วน แต่หากเป็นมาตรการระยะสั้นก็ไม่กระทบมาก
อย่างไรก็ดี ผลที่จะเกิดขึ้นจากนี้ คือธนาคารจะต้องกลับมาพิจารณารายได้ที่หายไปจากกลุ่มลูกค้าที่ผ่อนชำระขั้นต่ำ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้กับธนาคาร โดยธนาคารจะได้รายได้เป็นดอกเบี้ย ขณะที่ลูกค้าที่ผ่อนชำระเต็มจำนวนตามกำหนดระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วันนั้น เป็นกลุ่มที่ธนาคารไม่ได้มีรายได้
“มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารอาจต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ เช่น การคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพื่อให้มีรายได้ ภาระก็อาจตกอยู่กับผู้ที่ผ่อนชำระเต็มจำนวน” นายชาติชาย กล่าว
นายชาติชาย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าบัตรเครดิตที่ใช้วิธีผ่อนชำระขั้นต่ำแค่ 42% คิดเป็นยอดหนี้คงค้าง 1.3 หมื่นล้านบาท ส่วนอีกประมาณ 60% เป็นกลุ่มลูกค้าที่ชำระเต็มจำนวน ซึ่งหากคิดเป็นรายได้จากดอกเบี้ยที่ได้จริงเฉลี่ยอยู่ที่ 8% ไม่ได้สูงถึง 20% ตามเพดานดอกเบี้ยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกบัตรเครดิตสำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต เพราะถือเป็นสิทธิของลูกค้า
นายอาทินันทน์ วัฒนภัทราภรณ์ ผู้ใช้บัตรเครดิต กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่เปิดรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต เพราะช่วยลดภาระให้ลูกค้าครึ่งหนึ่ง แต่ไม่เห็นด้วยกับการปิดบัตรเครดิตเพราะหากอนาคตลูกค้าเกิดปัญหาทางการเงิน อาจทำให้ต้องหันไปใช้สินเชื่อบุคคลกับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือนันแบงก์ ซึ่งคิดดอกเบี้ยแพงกว่า และอันตรายกว่า







