
เลอโนโวปรับแผนผงาดขึ้นที่3สิ้นปีนี้
เลอโนโว ปรับกลยุทธ์รุกตลาดครบทุกช่องทาง ตั้งเป้าขึ้นแท่นอันดับ 3 ตลาดคอมพิวเตอร์ ซิวส่วนแบ่ง 10%
เลอโนโว ปรับกลยุทธ์รุกตลาดครบทุกช่องทาง ตั้งเป้าขึ้นแท่นอันดับ 3 ตลาดคอมพิวเตอร์ ซิวส่วนแบ่ง 10%
นายขจรเกียรติ อร่ามรัศมีกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์ใช้ในบ้าน บริษัท เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 3 ในตลาดคอมพิวเตอร์พีซีทุกเซ็กเมนต์ภายในปีนี้ โดยภายในสิ้นปีนี้จะต้องมีส่วนแบ่งตลาด 10% จากปัจจุบัน 6% หรือเป็นอันดับ 5 ในตลาด ซึ่งไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทสามารถเติบโตถึง 25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2553
ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับการดำเนินงานภายในองค์กร ตลอดจนกลยุทธ์การทำตลาดใหม่ทั้งหมด โดยเริ่มต้นจากการแบ่งองค์กรภายในออกเป็น 3 ยูนิต เพื่อเข้าทำตลาดตามกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ เช่น หน่วยงานภาครัฐ ธนาคาร มหาวิทยาลัย 2.กลุ่มองค์กรขนาดกลางและเล็กที่มีพนักงานน้อยกว่า 500 คน และ 3.ลูกค้าทั่วไป จากเดิมที่แบ่งเป็นกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ และกลุ่มองค์กรขนาดกลางกับลูกค้าทั่วไป
นอกจากนี้ ยังได้ปรับการบริหารช่องทางการจัดจำหน่ายตามกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม เช่น การสร้างพันธมิตรทางการค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าขนาดใหญ่ เพื่อในการเข้าถึงลูกค้าองค์กรขนาดกลางและเล็ก รวมถึงการจัดโรดโชว์เพื่อให้
ทางด้านกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัทจะทำกิจกรรมทางการตลาด โรดโชว์และการจัดหน้าร้านค้าปลีก พร้อมเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรดทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดให้มากขึ้น “เพื่อผลักดันให้ยอดขายเติบโต 30% ตามเป้าที่วางไว้ในปีนี้
ขณะเดียวกันยังเดินหน้ารุกตลาดผู้บริโภคในต่างจังหวัดให้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย พร้อมเพิ่มสัดส่วนการขายจากต่างจังหวัดให้เพิ่มขึ้น 40% จาก 15% ในปัจจุบัน และลดสัดส่วนการขายในกรุงเทพฯ จาก 85% เป็น 60% รวมทั้งเพิ่มจุดรับสินค้าส่งซ่อมให้ครบทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย จากปัจจุบันมีอยู่ 37 จุด เพื่อให้บริการลูกค้าได้ทั่วประเทศ
สำหรับตลาดรวมคอมพิวเตอร์พีซีในปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่า 3 ล้านยูนิต เติบโตจากปีที่ผ่านมา 10–15% แบ่งเป็นตลาดผู้บริโภคทั่วไป 50% ระดับราคาไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ตลาดระดับกลาง ระดับราคาไม่เกิน 2.5 หมื่นบาท 30% และตลาดระดับพรีเมียม ราคามากกว่า 2.5 หมื่นบาท สัดส่วน 20%ซึ่งบริษัทมีจุดอ่อนในตลาดผู้บริโภคทั่วที่ในปีที่ผ่านมามีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่า 5%และตลาดระดับกลางที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 5% ดังนั้นในปีนี้บริษัทจำเป็นต้องรุก 2 หลักนี้ให้มากขึ้น ส่วนตลาดพรีเมี่ยมบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดแล้ว 30%







