
ฟรีทีวี-เคเบิล-สื่อดิจิตอล เปิดศึกชิงเม็ดเงินข่าวเลือกตั้ง
การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ถือเป็นการเลือกตั้งใหญ่ในรอบกว่า 3 ปี หลังรัฐประหาร 2549
การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ถือเป็นการเลือกตั้งใหญ่ในรอบกว่า 3 ปี หลังรัฐประหาร 2549
เหตุการณ์ใหญ่ระดับประเทศที่มีผลต่อชาวบ้านทั่วประเทศครั้งนี้ ทำให้สื่อโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อที่มีคนดูมาก จัดทัพชิงเม็ดเงินโฆษณาเกี่ยวกับการเลือกตั้งกันคึกคักและมีสีสันยิ่งขึ้น ด้วยการเข้ามาแข่งขันอย่างเต็มตัวครั้งแรก ของสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลทีวี ที่แต่ละค่ายเตรียมระดมกำลังทำข่าวเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเต็มที่
เขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด อสมท กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะเห็นการแข่งขันอย่างชัดเจนระหว่างฟรีทีวีและทีวีดาวเทียม รวมไปถึงการรายงานผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ แอพพลิเคชันต่างๆ ที่จะเกาะติดการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก
สำหรับ อสมท จะรายงานข่าวเลือกตั้งในทุกช่วงข่าวหลัก ส่วนรายการประเภทคุยข่าว เช่น คุยโขมงและข่าวข้นคนข่าว เป็นสัญจรลงพื้นที่เพิ่มเติม โดยใช้ศักยภาพของศูนย์ข่าว วิทยุ อสมท เพื่อทำให้การรายงานข่าวครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
“การสนับสนุนของเจ้าของสินค้าในช่วงการรายงานข่าวเลือกตั้งอาจไม่มากนัก แต่จะใช้เงินมากขึ้นในรายการเกี่ยวกับข่าวทุกประเภทเพื่อเกาะกระแสความสนใจของประชาชน รายการอย่างเรื่องเล่าเช้านี้ ข่าวข้นคนข่าว น่าจะมีเม็ดเงินเข้ามามากขึ้น” เขมทัตต์ กล่าว
สำราญ ฉัตรโท ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ครอบครัวข่าวได้จัดกิจกรรมพิเศษภายใต้ชื่อ “คนรุ่นใหม่ หัวใจประชาธิปไตย” เป็นกิจกรรมใหญ่ที่ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่ให้หันมาใส่ใจเรื่องการเลือกตั้ง และเยาวชนคนรุ่นใหม่นี้จะเป็นเครือข่ายสำคัญในการรายงานข่าวของช่อง 3 ในช่วงการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย
นอกจากนี้ จะมีช่วงพิเศษเกาะติดเลือกตั้ง ในทุกช่วงข่าวของสถานี และในช่วงวันเลือกตั้ง จะระดมทีมผู้ประกาศข่าวทั้งหมดของช่อง 3 ลงพื้นที่ เพื่อรายงานข่าวการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความสนใจให้กับผู้ชม นอกเหนือจากเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่สถานีได้เตรียมไว้เช่นเดียวกัน พล.ท.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 กล่าวว่า ได้เตรียมการด้านบุคลากร ผังรายการ และข่าว ตลอดจนงบประมาณและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยล่าสุดร่วมกับ บริษัท วิซ อาร์ที (ประเทศไทย) นำอุปกรณ์ที่มีมูลค่า 8.4 ล้านบาท มาใช้ในการวางกราฟฟิกระบบการรายงานการเลือกตั้งที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณจากผู้สื่อข่าว และศูนย์ประมวลผลผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ด้วยจอเวอร์ชวล ทัช พร้อม วิซ โครมาคีย์เยอร์ และ วิซ แอนเคอร์ พร้อม ไอแพด อุปกรณ์ดังกล่าวจะทำให้การรายงานข่าวการเลือกตั้งมีความรวดเร็วน่าสนใจและโดดเด่นมากขึ้น
สำหรับห้วงเวลาการออกอากาศสำหรับพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 79 กำหนดให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐ จัดสรรเวลาออกอากาศให้แก่พรรคการเมืองปีละไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งตารางการออกอากาศงวดแรกดำเนินการแล้ว เมื่อวันที่ 1828 เม.ย.54 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. และงวดที่สอง ออกอากาศ 1828 ก.ค.54 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปเช่นกัน
ขณะที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 ได้จับมือกับบริษัท โพสต์ พับลิชชิง และสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 101 วีอาร์วัน ร่วมกันรายงานข่าวการเลือกตั้งอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ โดยนอกจากจะเพิ่มรายงานพิเศษการเลือกตั้ง “เลือกตั้ง ’54 ก้าวใหม่ประชาธิปไตย” ในช่วงข่าวหลักของสถานีแล้ว จะจัดเวทีสัญจร 4 ภาค ได้แก่ พัทยา เชียงใหม่ หาดใหญ่ และนครราชสีมา และจัดอีกครั้งที่สนาม กทม.
นอกจากนี้ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง อาจจะมีการจัดเวทีดีเบต โดยเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคเข้ามาร่วมเวทีครั้งนี้ ส่วนหน้าจอจะมีการรายงานข่าวโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในระดับสากล เข้ามาช่วยสร้างสีสันให้กับหน้าจอของช่อง 11 ในการรายงานข่าวการเลือกตั้งครั้งนี้
ด้านทีวีดาวเทียม ฉัตรชัย ตะวันธรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สปริง คอร์ปอเรชั่น ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์สปริง นิวส์ กล่าวว่า วงการสื่อปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป การเกิดขึ้นของทีวีดาวเทียมจะมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้จะเห็นการแข่งขันที่ชัดเจนระหว่างฟรีทีวีและทีวีดาวเทียม
ในส่วนของสปริง นิวส์ ได้เตรียมพร้อมทั้งบุคลากรและเทคโนโลยีที่จะรายงานข่าวการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง การรายงานข่าวเลือกตั้งของสปริง นิวส์ แบ่งเป็น 3 เฟส เฟสแรกเป็นการเกาะกระแสการเมืองจนถึงวันยุบสภา เฟส 2 เป็นการเกาะกระแสการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ จนถึงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง และเฟส 3 เป็นการรายงานข่าวช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งจนถึงจัดตั้งรัฐบาลใหม่
ฉัตรชัย กล่าวว่า สปริง นิวส์ สร้างเครือข่ายโดยจับมือกับมหาวิทยาลัย 8 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อรายงานข่าวครั้งนี้ และทำผลสำรวจออนไลน์ เป็นสปริงโหวต และสปริงโพล เสนอผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตและมือถือส่วนในแง่เทคโนโลยีกำลังลงนามในสัญญากับบริษัทซอฟท์แวร์รายหนึ่งเพื่อจัดทำการสำรวจในระบบออนไลน์ เป็นสปริง โหวตและสปริง โพลล์ ที่จะนำเสนอผ่านหน้าจอของสปริง ทีวีและสื่อที่หลากหลายทั้งอินเทอร์เน็ต มือถือ







