
ชลลธร ศรีรัตนประภาส บีอาร์จีจะทำธุรกิจครบวงจร
การให้บริการลูกค้าที่โดดเด่นเท่านั้นที่จะเป็นกลไกสำคัญของการเติบโตในธุรกิจนี้ และบีอาร์จีก็เดินหน้าสู่ความโดดเด่นนี้อยู่ในปัจจุบัน!!!
การให้บริการลูกค้าที่โดดเด่นเท่านั้นที่จะเป็นกลไกสำคัญของการเติบโตในธุรกิจนี้ และบีอาร์จีก็เดินหน้าสู่ความโดดเด่นนี้อยู่ในปัจจุบัน!!!
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์นำเข้ารายย่อย (เกรย์มาร์เก็ต) ยุคใหม่ ที่เติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หลังการแผ่วตัวของ เอส.อี.ซี.กรุ๊ป และเป็นผู้บริหารยุคใหม่ไฟแรงที่ก้าวเข้ามากุมบังเหียนธุรกิจขนาดใหญ่ของครอบครัวที่รุ่นผู้ก่อตั้งผันตัวไปยืนให้คำปรึกษาด้านหลัง
ชลลธร ศรีรัตนประภาส กรรมการบริหาร บริษัท เบนซ์ รามคำแหง กรุ๊ป หรือบีอาร์จี มีแนวทางในการทำธุรกิจที่น่าสนใจ ในการผลักดันให้บีอาร์จีกลายเป็นบริษัทที่สามารถให้บริการแบบครบวงจร สำหรับลูกค้ารถยนต์เกรย์มาร์เก็ตที่มีความต้องการอย่างหลากหลาย
ในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา เราจึงเห็นการขยายตัวของบีอาร์จีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มรถยนต์ใหม่ที่มีการขยายศูนย์บริการใหม่ที่ถนนศรีนครินทร์ รวมทั้งการเดินหน้าธุรกิจชุดแต่งคาร์ลสันอย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าหมายที่จะขายรถใหม่ในปีนี้ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 คัน
การขยายธุรกิจอื่นๆ เช่น ศูนย์บริการและบำรุงรถยนต์โปรแคร์ หรือการทุ่มงบประมาณทั้งหมดที่คาดว่าจะถึง 500 ล้านบาท เปิดให้บริการรถเช่า ที่คาดว่าในปีแรกจะมีพอร์ตการบริหารรถมากถึง 50 คัน ด้วยงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท
และธุรกิจใหม่ล่าสุด บีอาร์จี เอ-พลัส ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสองแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งนับเป็นการเดินหน้าทำธุรกิจนี้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก แม้ว่าตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา บีอาร์จีก็ทำธุรกิจนี้เงียบๆ มาตลอด
“จริงๆ ธุรกิจรถยนต์มือสองไม่ถือเป็นธุรกิจใหม่ของเรา เพราะเราขายรถมือสองมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาบทบาทของเราจะอยู่ที่รถยนต์ใหม่มากกว่า แต่เมื่อลูกค้าให้ความมั่นใจกับเรา เราจึงตัดสินใจรุกธุรกิจรถยนต์มือสองอย่างจริงจัง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า และยังเป็นการขยายไลน์ธุรกิจของเราให้กว้างออกไป”
ชลลธร บอกว่า รถยนต์ที่จำหน่ายในโครงการบีอาร์จี เอ-พลัส นั้นมีจุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจได้ โดยจะรับประกันในเรื่องของทะเบียนจริง การรับประกันว่ารถทุกคันจะไม่มีการชนหนัก ซึ่งหากลูกค้าตรวจสอบพบ เราพร้อมคืนเงินเต็มจำนวน รวมถึงการรับประกันด้านการให้บริการหลังการขาย ที่รวมไปถึงบริการรถยกฉุกเฉินบริการตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ในปี 2553 ที่ผ่านมาบีอาร์จีจำหน่ายรถยนต์มือสองไป 150 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 180 ล้านบาท และในปีนี้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขายเพิ่มเป็น 180 คัน เนื่องจากมีการขยายโชว์รูมเพิ่มเป็น 4 แห่ง ที่รัชโยธิน รามคำแหง ศรีนครินทร์ และภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ยูสต์ คาร์ ที่จะจัดขึ้นในเดือน ก.ค.นี้อีกด้วย
“นโยบายหลักของบีอาร์จีในปีนี้คือ การขยายธุรกิจให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากขึ้น จากเดิมที่เราเน้นไปที่ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ใหม่ ก็มีการเปิดให้บริการธุรกิจอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อลูกค้าและบริษัทที่สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร”
และนี่คือคำยืนยันของบอสสาวรุ่นใหม่แห่งอาณาจักรเกรย์มาร์เก็ตที่ชื่อว่า บีอาร์จี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในสมรภูมิยานยนต์ที่ได้ชื่อว่ามีการแข่งขันที่รุนแรงที่สุดสมรภูมิหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย
การให้บริการลูกค้าที่โดดเด่นเท่านั้นที่จะเป็นกลไกสำคัญของการเติบโตในธุรกิจนี้ และบีอาร์จีก็เดินหน้าสู่ความโดดเด่นนี้อยู่ในปัจจุบัน!!!







