
บสก. ยกทัพ NPA ลุยงานมันนี่เอ็กซ์โปลดราคา30%
บสก. ยกทัพ NPA ราคาพิเศษทั่วไทย ลดราคา 20-30% ออกขายในงาน Money Expo 2011 ชูแคมเปญบ้านมือสองปรับปรุงใหม่ ทำเลดี สำหรับผู้มีรายได้น้อย พร้อมเงื่อนไขพิเศษขอกู้ผ่านแบงก์พันธมิตร ธอส. ออมสิน และแบงก์ทหารไทย
บสก. ยกทัพ NPA ราคาพิเศษทั่วไทย ลดราคา 20-30% ออกขายในงาน Money Expo 2011 ชูแคมเปญบ้านมือสองปรับปรุงใหม่ ทำเลดี สำหรับผู้มีรายได้น้อย พร้อมเงื่อนไขพิเศษขอกู้ผ่านแบงก์พันธมิตร ธอส. ออมสิน และแบงก์ทหารไทย
นายสุเมธ มณีวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) เปิดเผยว่า บริษัทได้นำทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ประเภท “บ้านพร้อมอยู่ ที่ดินพร้อมใช้” ราคาพิเศษ ประกอบด้วย ที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ลดราคาพิเศษ 20-30% ไปจำหน่ายให้กับลูกค้าในงานมหกรรมการเงิน หรือ Money Expo 2011 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15พ.ค. 2554 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ทั้งนี้ บสก. ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ในงาน รับฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ขณะเดียวกัน บสก. ได้จัดโครงการ Member get Member ซึ่งเป็นโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าเก่าที่เคยซื้อทรัพย์ NPA มาซื้อทรัพย์อีกหรือแนะนำลูกค้ามาซื้อทรัพย์ทุก ๆ 100,000 บาท จะได้บัตรกำนัลเทสโก้ โลตัส มูลค่า 500 บาท และสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ต่อทรัพย์สิน 1 รายการ โดยกลยุทธ์ Member get Member คาดว่าจะช่วยสร้างยอดขายให้เพิ่มขี้นกว่า 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ บสก. ยังได้ร่วมกับพันธมิตรสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ของ บสก. ด้วยเงื่อนไขพิเศษ อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารทหารไทย หรือเลือกผ่อนชำระโดยตรงกับ บสก.ซึ่งราคาทรัพย์ต้องไม่เกิน 2 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MLR – 3 ตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ 10 ปี
นายสุเมธ กล่าวถึงแนวโน้มตลาดบ้านมือสองว่า จากทิศทางการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในช่วงขาขึ้น ราคาน้ำมันและการปรับตัวของราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนบ้านใหม่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับราคาขายบ้านใหม่ และบ้านมือสองที่ปัจจุบันยังมีช่วงราคาขายเฉลี่ยห่างกันกว่า 15-20% นั้น ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจซื้อบ้านมือสองกันมากขึ้น
นอกจากนี้โครงการปล่อยกู้บ้านหลังแรก 0% 2 ปี ของ ธอส. จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อบ้านมือสองมากขึ้น เนื่องจากทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการมีบ้านหลังแรก อีกทั้งบ้านมือสองส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ราคาที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท และมีราคาที่ถูกกว่าบ้านใหม่ จึงน่าจะเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลทำให้ตลาดบ้าน มือสองในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ดีขึ้น







