posttoday
ทีโอทีฟ้องค่าเอซี 1.4 แสนล้านปัญหาครึ่งทสวรรษที่ไร้จุดจบ

ทีโอทีฟ้องค่าเอซี 1.4 แสนล้านปัญหาครึ่งทสวรรษที่ไร้จุดจบ

10 พฤษภาคม 2554

การลุกขึ้นมา “เอาจริง” ของบริษัท ทีโอที ที่ยื่นฟ้องศาลปกครองเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา

การลุกขึ้นมา “เอาจริง” ของบริษัท ทีโอที ที่ยื่นฟ้องศาลปกครองเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา

เพื่อทวงค่าเชื่อมต่อเลขหมาย หรือเอซี (แอกเซสชาร์จ) มูลค่า 1.38 แสนล้านบาท จากทั้งบริษัท กสท โทรคมนาคม และคู่สัญญาของ กสทฯ คือ บริษัทเอกชนอีก 3 ราย โดยหวังว่าทีโอทีจะได้รับเงินก้อนดังกล่าวกลับคืนมา ซึ่งถือเป็นทางออกทางเดียวที่เหลืออยู่ หลังจากเรื่องนี้ยืดเยื้อมาเป็นเวลาเกือบ 5 ปี และไม่มีทีท่าว่าจะพบกับบทสรุปที่ชัดเจนได้เสียที

 

ทีโอทีฟ้องค่าเอซี 1.4 แสนล้านปัญหาครึ่งทสวรรษที่ไร้จุดจบ

การฟ้องร้องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากคู่สัญญาของ กสทฯ หยุดจ่ายค่าเอซีตั้งแต่ปี 2549 เพื่อเข้าสู่การจ่ายค่าเชื่อมโยงโครงข่าย หรือไอซี (อินเตอร์คอนเนกชันชาร์จ) ตามประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ส่งผลให้ทีโอทีต้องสูญเสียรายได้ที่เคยได้รับจากคู่สัญญาของ กสทฯ หายไปทันที ทำให้อู่ข้าวอู่น้ำของทีโอทีต้องหมดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การยื่นฟ้องเกือบ 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค 9.7 หมื่นล้านบาท ทรูมูฟ 3.5 หมื่นล้านบาท ดิจิตอลโฟน หรือดีพีซี 2,400 ล้านบาท และจากตัว กสทฯ เอง 4,200 ล้านบาท ก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหาทั้งหมดจะเดินทางถึงตอนจบ และทำให้ทีโอทีได้รายได้ทั้งหมดกลับมาเป็นของทีโอทีสมใจ ด้วยว่าที่ผ่านมาค่าเอซีถือเป็นประเด็นสำคัญที่แบ่งชนชั้นระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่สุดของตลาดอย่างเอไอเอส ที่เป็นคู่สัญญาของทีโอที และดีแทคกับทรูมูฟ ซึ่งเป็นคู่สัญญาของ กสทฯ ให้ตกอยู่ในภาวะการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม จากการต้องจ่ายค่าเอซีเลขหมายละ 200 บาทในระบบเหมาจ่าย หรือโพสต์เพด และ 18% ตามมูลค่าหน้าบัตรในระบบบัตรเติมเงิน หรือพรีเพด เพื่อให้สามารถเข้ามาเชื่อมโยงโครงข่ายของทีโอทีได้

ดังนั้น พลันที่ กทช.ออกประกาศเรื่องค่าไอซี ซึ่งถือเป็นตัวจักรสำคัญในการที่จะช่วยปลอดล็อกความไม่เท่าเทียมที่ผ่านมาให้เข้าสู่การแข่งขันแบบสมน้ำสมเนื้อ และอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงที่ค่ายมือถือทุกค่ายต้องจ่ายค่าไอซีทุกครั้งที่มีการใช้งานโทร.เข้าหาเครือข่ายระหว่างกัน โดยถือเป็นมาตรฐานสากลทั่วโลก

เมื่อเป็นเช่นนั้น คู่สัญญาของ กสทฯ จึงกระโจนเข้าหาค่าไอซีตามประกาศของ กทช. แทนที่จะยอมจ่ายค่าเอซีให้กับทีโอที และถูกเอาเปรียบจากคู่แข่งรายใหญ่เหมือนที่ผ่านมา

แน่นอนว่าเมื่ออู่ข้าวอู่น้ำที่มีอยู่ของทีโอทีเริ่มร่อยหรอ ทีโอทีจำเป็นต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเอง ด้วยการตั้งท่าจะฟ้องร้องหลายครั้ง ทว่านโยบายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ไม่ต้องการให้หน่วยงานในสังกัดพิพาทกันเอง จึงมอบนโยบายผ่านบอร์ดให้เจรจากันมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ

เมื่อเป็นเช่นนั้น ทีโอทีและ กสทฯ จึงต้องพึ่งคนกลางอย่างสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าควรจะจบกรณีพิพาทนี้อย่างไร โดยไม่ต้องถึงขั้นฟ้องร้องกันเอง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ คือ อัยการสูงสุดไม่กล้ามีความเห็นเข้าข้างใดข้างหนึ่ง เพราะทั้งสองหน่วยงานต่างเป็นองค์กรของรัฐเหมือนกัน

การเจรจาที่ดูเหมือนจะมีทางออกที่ดีก็กลับไปสู่จุดเริ่มต้น คือ ทีโอทีต้องการทวงคืนรายได้ที่สูญเสียไปจาก กสทฯ และคู่สัญญา ขณะที่ กสทฯ ยืนยันว่าไม่ใช่หน้าที่ที่ กสทฯ ต้องจ่าย เพราะค่าเอซีที่ กสทฯ เคยนำส่งนั้นมาจากคู่สัญญาทั้ง 3 รายของ กสทฯ หากทีโอทีต้องการก็ต้องไปเรียกร้องจากคู่สัญญาเอง

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ต่างฝ่ายต่างหยิบยกเอาเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์ คือ เอกชนก็เลือกที่จะปฏิบัติตามประกาศของหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กทช. โดยเข้าสู่กระบวนการจ่ายค่าไอซี และหยุดจ่ายค่าเอซี ส่วนทีโอทีก็เลือกที่จะเรียกร้องเงินที่หายไป โดยที่ไม่ได้พิจารณาว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นถูกต้องมากน้อยเพียงใด ปัญหาที่ดูท่าว่าจะไม่มีทางออกอยู่แล้วก็ยิ่งบานปลายมากขึ้น

แม้ว่าคำตัดสินศาลปกครองจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่ก็ไม่ใช่ตอนจบของปัญหานี้ เพราะไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร ก็ต้องมีการอุทธรณ์จากฝ่ายที่เสียผลประโยชน์แน่นอน

เท่ากับว่ากรณีพิพาทตลอดครึ่งทศวรรษนั้นเพิ่งจะเริ่มต้น และยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าที่เรื่องนี้จะถึงจุดสิ้นสุด

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี