
ตลาดสีหวังโต 10% อานิสงส์ไทยเข้มแข็ง
ตลาดสีฮึดกลับมาขอโต 10% รับงบก้อนโตผ่านไทยเข้มแข็ง แต่หวั่นคลื่นใต้น้ำการเมืองฉุด
ตลาดสีฮึดกลับมาขอโต 10% รับงบก้อนโตผ่านไทยเข้มแข็ง แต่หวั่นคลื่นใต้น้ำการเมืองฉุด
นายวรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ รองประธานกรรมการ บริษัท เบเยอร์ ผู้ผลิตสีทาอาคารภายใต้แบรนด์สีเบเยอร์ เปิดเผยว่า ในปี 2553 แนวโน้มตลาดสีโดยรวมมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท คาดการณ์จะเติบโตมากขึ้น 10% เทียบกับปี 2552 ที่ตลาดสีอยู่ในภาวะทรงตัวซึ่งอาจติดลบถึง 5% โดยเฉพาะในตลาดสีอุตสาหกรรมและสีพ่นรถยนต์ การที่ตลาดสีปีนี้จะขยายตัวได้ดังกล่าว มีปัจจัยบวกจากรัฐบาลมีการผลักดันงบประมาณนับแสนล้านบาท สู่โครงการไทยเข้มแข็ง และส่วนหนึ่งจะนำมาใช้ในโครงการก่อสร้างต่างๆ รวมถึงแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะขยายตัวในทิศทางที่ดี เป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมตลาดสี
“ปัจจัยบวกสำหรับตลาดสีปีนี้ เป็นผลจากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ปัจจัยทางการเมืองจะเป็นสิ่งที่น่ากังวลอยู่ เพราะยังมีคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะเกิดกระแสต่างๆได้อย่างรวดเร็ว” นายวรวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2553 บริษัทยังคงเน้นทำตลาดสีทาอาคารภายใต้แนวคิดอีโค สมาร์ท หรือ นวัตกรรมใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของกลิ่นไม่ทำลายโอโซน สารระเหยที่น้อยลง ขณะเดียวกันมุ่งตอกย้ำสินค้าเพื่อความเย็นสบาย ภายใต้สินค้าเบเยอร์คูล ซึ่งบริษัทถือเป็นรายแรกๆในตลาดที่ชูจุดเด่นเรื่องดังกล่าวต่อเนื่องกันเป็น 3-4 ปีแล้ว







