posttoday
ชัย โสภณพนิช เปิดใจ ซื้อโรงบาลเกษมราฏร์เพื่อรอด

ชัย โสภณพนิช เปิดใจ ซื้อโรงบาลเกษมราฏร์เพื่อรอด

09 พฤษภาคม 2554

“ชัย โสภณพนิช” ประธานกรรมการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH)

“ชัย โสภณพนิช” ประธานกรรมการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH)

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

และ “เดนนิส บราวน์” ผู้อำนวยการด้านบริหาร บริษัท บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดใจครั้งแรกในที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ถึงการที่บริษัทตัดสินใจเข้าซื้อหุ้น บริษัท บางกอกเชนฮอสปิทอล (KH) ผู้ประกอบการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์จำนวน 24.99% มูลค่า 3,500 ล้านบาท หรือหุ้นละ 8.50 บาท แพงกว่าราคาตลาดที่หุ้นละ 7.20 บาท และราคาที่โบรกเกอร์ประเมินไว้หุ้นละ 8.20 บาท

ชัย โสภณพนิช เปิดใจ ซื้อโรงบาลเกษมราฏร์เพื่อรอด

นอกจากนี้ ทิศทางของโรงพยาบาลนานาชาติแห่งนี้ในอนาคต ภายหลังผ่านความยากลำบากในช่วงกีฬาสีสองปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้บริษัทลดลงถึง 5060% ทำให้หุ้นโรงพยาบาลที่เคยเป็น 1 ใน 10 โรงพยาบาลที่ติดอันดับโลกแต่ปัจจุบันตกอันดับ ถูกบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ผู้ประกอบการโรงพยาบาลกรุงเทพแซงหน้าไปแล้ว เนื่องจากหุ้นของ BH เคยมีการซื้อขายอย่างมากเมื่อสองปีก่อน หลังจากนั้นไม่มีสภาพคล่องอีกเลย จนกระทั่งเกิดการซื้อ KH

ต่อไปนี้เป็นคำถามสำคัญของผู้ถือหุ้นรายย่อยในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2554 และคำตอบของผู้บริหารทั้งสองคน

vทำไมรายได้ของ BH ไม่มีการเติบโตตั้งแต่ปี 2552

เป็นเพราะกีฬาสี โดยเฉพาะเหตุการณ์จลาจลช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. 2553 ส่งผลให้รายได้ไม่เพิ่มต่อเนื่องเพราะ BH อิงคนไข้ต่างชาติมาก จึงใช้เวลาสามปีที่ผ่านมาปรับปรุงห้องพักคนไข้ รวมถึงการเพิ่มค่าห้องพัก

vปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ มีอัตราการเข้าพักของคนไข้เท่าไร

จำนวนคนไข้นอกต่อวันควรจะเข้าพัก 4,500 ราย ที่ผ่านมามีคนไข้มาใช้บริการ 2,800 รายต่อวัน สูงสุด 3,600 ราย และมีอัตราการเข้าพัก 75% บางวัน 100%

vทำไมปี 2553 มีหนี้ค้างชำระสูงถึงกว่าพันล้านบาท

หนี้ค้างชำระมาจากผู้ป่วยชาวตะวันออกกลาง เพราะมีโรงพยาบาลอื่นให้ติดหนี้นานกว่านี้ ค้างชำระมากกว่า 3 เดือน ดังนั้นจึงแก้ปัญหาโดยไม่รับคนไข้ หรือทยอยเก็บค่ารักษา 12 สัปดาห์ต่อครั้ง และปีนี้จำนวนหนี้ดังกล่าวลดลง

ปีนี้สามารถเก็บหนี้ลูกหนี้ค้างชำระ 90 วันได้ 180 ล้านบาท ปัญหาการจ่ายหนี้ล่าช้าเพราะเป็นสัญญาหนี้กับรัฐบาลประเทศตะวันออกกลาง โดยหนี้ส่วนนี้คิดเป็น 40% ของหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่พันล้านบาท และสัดส่วนลูกค้าของ BH ปัจจุบันเป็นต่างชาติ 57% ที่เหลือเป็นลูกค้าคนไทย

ชัย โสภณพนิช เปิดใจ ซื้อโรงบาลเกษมราฏร์เพื่อรอด

 

vทำไมปี 2553 BH ยังไม่ฟื้น กำไรเพียง 1,258 ล้านบาทเพิ่มขึ้นเพียง 1% จากปี 2552

ปี 2553 เดือน ม.ค.และ ก.พ.ที่จริงรายได้บริษัทสูงสุดเตียงไม่ว่าง แต่เดือน มี.ค.กลับเกิดการชุมนุมใกล้สี่แยกราชประสงค์ส่งผลให้รายได้ลดลงต่อเนื่อง 34 เดือน กว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ ไม่ขาดทุนก็ถือว่าเก่งแล้ว

ผลจากการชุมนุมทำให้คนไข้ต่างประเทศของโรงพยาบาลทั้งกลุ่มลดลง 3040% แต่คนไข้ของเราหายไปถึง 5060% บางวันคนไข้เหลือเพียง 100 กว่าคน คนไข้นอกไม่ถึงพันคน

vบริษัทกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจอย่างไร

ช่วงกีฬาสี 23 ปีเราพยายามหาคนไข้คนไทยเพิ่ม และมีความสามารถเก็บหนี้ได้ดี หนี้สูญลดลง

การเข้าซื้อหุ้น KH ไตรมาสแรกปีนี้ 24.99% โดยใช้เงินกู้ 3,500 ล้านบาท เป็นการเพิ่มโอกาสในอนาคตเพื่อให้ได้ความร่วมมือ ความรู้ความชำนาญ และการรวมศูนย์บริหารงาน ศูนย์ส่งออกผู้ป่วยโรคร้ายแรง

vความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตจะเป็นอย่างไร

กำลังเจรจาร่วมธุรกิจสาขาแจ้งวัฒนะและพัทยา ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างหารือในคณะกรรมการบริษัท แนวทางบริหารจะเน้นคุณภาพคนไข้ โดย 2 โรงพยาบาลมีความแข็งแกร่งแตกต่างกัน

KH มีฐานลูกค้าระดับล่าง BH มีฐานลูกค้าระดับบน ทำให้มีความหลากหลายในการให้บริการและมีลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้น

KH มี 6 สาขา 17 คลินิก 1,200 เตียง และกำลังพัฒนาสาขาแจ้งวัฒนะ 300 เตียง รวมถึงมีที่ดินพัฒนานับเป็นโอกาสในการขยายการลงทุน

ขณะที่ BH มีเงินสดที่แข็งแกร่ง สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.7 เท่า

vคิดอย่างไรกับการที่ BGH เข้าซื้อ BH 11% ในราคาหุ้นละ 3031 บาท

BGH ซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ ราคาถูกเพื่อการเก็งกำไร มีโบรกเกอร์เก็บหุ้นให้ 34 ล็อตใหญ่คิดว่าไม่กระทบการบริหาร BH เราสามารถควบคุมได้เพราะมีหุ้นใหญ่รวมกัน 45%

vทำไม BH ซื้อ KH น้อย ไม่ถึง 25%

ไม่ต้องการซื้อกิจการทั้งหมดจึงหยุดไว้ที่ 24.99% ถ้า 25% ตามกฎสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด เจตนาแค่หาวิธีร่วมมือเพราะเราไม่เข้าใจการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลสำหรับตลาดกลาง–ล่าง

vราคาที่ซื้อแพงหรือไม่ เพราะจ่ายถึง 4 เท่า ของมูลค่าบัญชีต่อหุ้นและถ้าพิจารณาจากความสามารถในการทำกำไรต้องใช้เวลาถึง 22 ปีกว่าจะคุ้มทุน

ทั้งสองโรงพยาบาลจะได้ช่วยกันศึกษา การผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์ แลกเปลี่ยนทำความเข้าใจกัน จากกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่แตกต่างกัน โดยราคาที่ซื้อแม้แพงกว่าราคาตลาด แต่เป็นราคาที่ที่ปรึกษาทางการเงินให้ความเห็นว่ายุติธรรมเพราะรวมค่าร่วมบริหารและผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์เข้าไปด้วย

ผมเชื่อว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีมุมมองว่าการที่ BH เข้าถือหุ้น KH เป็นผลดี จากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เราเข้าไป จากราคาหุ้น BH หุ้นละ 3233 บาทเพิ่มเป็น 3940 บาท

vแผนขยายงานของ บริษัท บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

บริษัทมุ่งเน้นขยายการลงทุนในประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ทั้ง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย จีน และเวียดนาม

vแผนรองรับชุมชนอาเซียน ปี 2558

บริษัทมีแผนจะหาโอกาสขยายงานในประเทศไทยตามลักษณะการลงทุนและความเหมาะสม แล้วแต่ใครถนัดด้านใดระหว่าง BH และ KH โดยตั้งใจจะขยายงานให้บริการนอกเขตกรุงเทพฯ เพราะต่างประเทศเติบโตเร็ว

vแผนรองรับกีฬาสี

มีแผนครอบคลุมสร้างความเชื่อมั่นให้คนไข้เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถอพยพคนไข้ไปยังสถานที่อื่นได้ชัดเจน ควบคุมการบริการ และเพิ่มการรักษาความปลอดภัย มีผู้บริหารประจำดูแลคนไข้ คอยสั่งการทันท่วงที โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล