
โวยย้ายละครหลัง4ทุ่มเกาไม่ถูกที่คัน
เอเยนซีชี้ออกอากาศละครหลัง 4 ทุ่ม แก้ปัญหาไม่ถูกจุด กระทบเจ้าของสินค้าซื้อโฆษณาแพง เชื่อไหลไปเคเบิลทีวีดาวเทียม
เอเยนซีชี้ออกอากาศละครหลัง 4 ทุ่ม แก้ปัญหาไม่ถูกจุด กระทบเจ้าของสินค้าซื้อโฆษณาแพง เชื่อไหลไปเคเบิลทีวีดาวเทียม
นางสุภาณี เดชาบูรณานนท์ รองประธานและผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจการค้าและกลยุทธ์ บริษัท มายด์แชร์ (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการวางแผนและซื้อสื่อโฆษณา เปิดเผยว่า แนวคิดของผู้แทนภาครัฐที่จะผลักดันการออกอากาศรายการละครไปอยู่หลังเวลา 22.00 น. เพื่อป้องกันเยาวชนดูละครไม่เหมาะสมนั้น ถือเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีทันสมัย ผู้ชมสามารถดูรายการโทรทัศน์ได้หลากหลายช่องทาง เช่น ยูทูบ
นอกจากนี้ ยังจะกระทบต่อการซื้อสื่อโฆษณาของเจ้าของสินค้า เพราะจะทำให้ต้องซื้อโฆษณาแพงขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวจะมีคนดูน้อยลงกว่าการออกอากาศในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ 20.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีคนดูทีวีมากที่สุดทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ชมในต่างจังหวัด โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมาอัตราการใช้สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์เพิ่มขึ้นมากกว่า 10%
“การเลื่อนเวลาออกไปจะทำให้มีคนดูน้อยลง ซึ่งในแง่ของการซื้อสื่อโฆษณาแล้ว จะทำให้ผู้โฆษณาต้องจ่ายเงินซื้อโฆษณาที่แพงขึ้น ขณะที่ประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้ชมจะลดลง เชื่อว่าจะทำให้การใช้งบโฆษณาไหลไปสื่ออื่น โดยเฉพาะเคเบิลและทีวีดาวเทียม” นางสุภาณี กล่าว
ปัจจุบันละครถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่มีคนดูมากที่สุดในประเทศไทย มากกว่ารายการประเภทเรียลลิตี้ ซึ่งขณะนี้อัตราค่าโฆษณาในช่วงละครจะแพงที่สุด โดยเฉพาะช่อง 3 และ 7 ที่มีอัตราค่าโฆษณาในช่วงละครนาทีละไม่ต่ำกว่า 4.5 แสนบาท ขณะที่การวางแผนซื้อสื่อทุกวันนี้ หากช่วงเวลาใดที่มีผู้ชมน้อย เอเยนซีจะเลือกซื้อโฆษณาทางเคเบิลและทีวีดาวเทียม เพราะถูกและตรงกลุ่มเป้าหมาย
แนวทางการแก้ปัญหาเรื่องการออกอากาศรายการละครไม่เหมาะสม รัฐบาลควรสนับสนุนให้สถานีโทรทัศน์มีระบบตรวจสอบตัวเอง (Self Regulation) ขณะเดียวกันกฎหมายที่มีอยู่ควรบังคับใช้อย่างเคร่งครัด เช่น การใช้คำพูดไม่เหมาะสม หรือทำให้เสื่อมเสีย แต่การไปจำกัดเวลาการออกอากาศทำได้ยาก และทุกวันนี้มีสื่อหลากหลาย เช่น เคเบิลและทีวีดาวเทียม ที่บางช่องได้นำละครทางฟรีทีวีไปออกอากาศในเวอร์ชันที่ไม่ออกทางฟรีทีวีด้วยซ้ำ







