
กรมโรงงานใช้มาตรา37สั่งปรับปรุงการปล่อยควัน
กรมโรงงานใช้มาตรา 37 สั่งโรงงานไออาร์พีซี จังหวัดระยองปรับปรุงระบบขจัดกลิ่น และการปล่อยควันออกจากปล่อง หลังสร้างผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่
กรมโรงงานใช้มาตรา 37 สั่งโรงงานไออาร์พีซี จังหวัดระยองปรับปรุงระบบขจัดกลิ่น และการปล่อยควันออกจากปล่อง หลังสร้างผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรมโรงงานฯ ได้ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 37 ออกหนังสือในวันที่ 30 มี.ค. 2554 สั่งให้โรงงานของบริษัทไออาร์พีซี ผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดระยอง ปรับปรุงแก้ไขระบบขจัดกลิ่น และปรับปรุงแก้ไขระบบขจัดกลิ่นบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พ.ค. 2554 เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่าบริษัทดังกล่าวปล่อยน้ำเสีย และกลิ่นรบกวนชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง
นอกจากนี้ ในวันที่ 20 เ.ม.ย. โรงงานของบริษัทไออาร์พีซีมีการปล่อยระบายฝุ่นละออง เขม่าควัน กลิ่นไอสารเคมี และเปลวไฟออกมาจำนวนมากกว่าปกติทางปล่องระบายจำนวน 2 ชุด ซึ่งเกิดจากปัญหาเรื่องการจ่ายกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ ทำให้ระบบต้องปิดตัวชั่วคราว และปล่อยของเสียออกทางปล่องระบาย กรมโรงงานฯ จึงได้ออกหนังสือในวันที่ 25 เม.ย. 2554 สั่งการให้บริษัทดังกล่าวมิให้ปล่อยของเสียออกมามากกว่าปกติ และให้มีมาตรการในการป้องกันมิให้มีการปล่อยระบายของเสียออกทางปล่องระบายทุกปล่อง พร้อมทั้งให้ส่งมาตรการให้ทางกรอ.พิจารณาก่อน โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พ.ค. 2554
ทั้งนี้ หลังจากที่ได้สั่งการไป ทางกรอ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ที่มีนายศุภชัย ศิริวัฒนเจริญชัย รองอธิบดี เป็นประธาน ประกอบด้วยเจ้าหกน้าที่จากหน่วยงานราชการ เอกชน และประชนในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน และให้เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน โดยในวันที่ 10 พ.ค.นี้ คณะกรรมการไตรภาคีจะมีการประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในกรณีของบริษัทไออาร์พีซี
“กรณีนี้มีข้อมูลที่ชัดเจน สร้างผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่และสิ่งแวดล้อมจริงๆ จึงต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดการปรับปรุง รวมทั้งกระตุ้นให้โรงงานมีระบบรองรับหากเกิดเหตุการณ์ขัดข้องขึ้นอีก เช่น มีการนำระบบสำรองไฟฟ้ามาใช้ เมื่อเกิดปัญหาที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตไม่สามารถส่งไฟฟ้ามาให้เพียงพอ เป็นต้น โดยทางกรมฯ จะเข้าไปดูแลกระบวนการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้ และคาดว่าไออาร์พีซีจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย.” นายอาทิตย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไออาร์พีซี ก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการปรับปรุงแก้ไขปัญหา โดยในวันที่ 18 พ.ค.นี้ ไออาร์พีซีจะมีพิธีตัดปล่อง เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการใช้เชื้อเพลิงจากเดิมที่ใช้น้ำมันเตา มาเป็นการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงแทน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยมลพิษออกสู่อากาศ เพราะก๊าซธรรมชาติถือเป็นเชื้อเพลิงสะอาด







