posttoday
ธปท.เปิดท่อให้เงินไหลออกแก้บาทแข็ง

ธปท.เปิดท่อให้เงินไหลออกแก้บาทแข็ง

07 กุมภาพันธ์ 2553

สัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวเศรษฐกิจที่ร้อนแรงมากที่สุด เห็นจะไม่มีข่าวไหนใหญ่และแรงเท่าข่าวการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศมาตรการผ่อนคลายการลงทุนในต่างประเทศครั้งใหญ่ เพิ่มวงเงินลงทุนในหุ้นจาก 3 หมื่นเป็น 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ผ่อนผันผู้ส่งออกนำเข้า ยกเลิกอนุพันธ์ได้ทันที ไม่ต้องขออนุญาตก่อน หวังเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารความเสี่ยง

ทั้งนี้ ธปท.จะผ่อนคลายระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเพิ่มเติม 4 ประเด็นหลัก คือ 1.ขยายวงเงินการลงทุนในต่างประเทศ โดยให้นิติบุคคลสามารถลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้ไม่จำกัดจำนวน พร้อมกับขยายวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ จากที่เคยอนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเพิ่มความสมดุลของเงินทุนเคลื่อนย้ายและช่วยเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้กับภาคธุรกิจและบุคคลธรรมดา ซึ่งปัจจุบันมียอดคงค้างการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2552 จำนวน 20,590 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 61.74%

2.ผ่อนผันให้ผู้นำเข้าส่งออกสามารถยกเลิกการทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่ทำขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนค่าสินค้าและบริการได้ทุกกรณี จากเดิมการยกเลิกดังกล่าวที่เกิน 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ จะต้องขออนุญาตจากธปท. ทั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้ผู้นำเข้าและส่งออกมีความคล่องตัวในการบริหารความเสี่ยง จากอัตราแลกเปลี่ยนและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ช่วยพัฒนาตลาดเงินตราต่างประเทศให้สามารถสะท้อนปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทานของเงินตราต่างประเทศได้มากขึ้นทั้งนี้ ไม่เป็นห่วงว่าจะเกิดการเก็งไร เนื่องจากผู้นำเข้าส่งออกจะต้องมีธุรกรรมรองรับ โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบอยู่แล้ว

3.ผ่อนคลายคุณสมบัติของผู้ขอจัดตั้งศูนย์บริหารเงินและหลักเกณฑ์ในการประกอบการธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน เพื่อบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้กับบริษัทในเครือ เช่น อนุญาตให้ใช้นิติบุคคลเดิมสามารถประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงินได้โดยไม่จำเป็นต้องจัดตั้งบริษัทใหม่และอนุญาตให้ศูนย์บริหารเงินสามารถโอนเงินตราต่างประเทศให้กับบริษัทในเครือในประเทศไทยได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้บริษัทให้บริษัทข้ามชาติที่มีฐานการผลิตในไทย ย้ายการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศมาอยู่ในไทยได้

4.ผ่อนคลายระเบียบอื่นๆ ทั้งขยายวงเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ จาก 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 10 ล้านเหรียญสหรัฐ และอนุญาตให้บริษัทในไทยให้กับบริษัทในต่างประเทศที่ไม่ใช่บริษัทในเครือได้ไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี นอกจากนี้ ยังขยายวงเงินในการนำเงินบาทแลกเป็นเงินตราต่างประเทศ เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศเปิดกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศด้วย

ทั้งนี้ การอนุญาตให้ยกเลิกธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและการขยายวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่อนุมัติให้ ก.ล.ต.จัดสรร จะมีผลบังคับใช้วันที่ 2 ก.พ.เป็นต้นไป เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทที่เกิดจากเงินทุนไหลเข้ามาก

นอกจากนี้ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธปท. และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันไปในทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยมีการส่งออกและการท่องเที่ยวฟื้นตัวเป็นแรงผลักดันสำคัญ ส่วนความเสี่ยงก็ยังมีในเรื่องของปัญหาการเมือง ส่วนมาตรการผ่อนคลายอื่นๆ รวมถึงการประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงินจะต้องรอกระทรวงการคลังพิจารณาและออกประกาศกระทรวงการคลัง โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ได้ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ หลังจากที่กระทรวงการคลังและ ธปท. ได้เห็นชอบในหลักการร่วมกันแล้ว นายบัณฑิตกล่าวว่า ขณะนี้เงินที่ลงทุนในต่างประเทศในปี 2552 ยอดรวมอยู่ที่ 23,400 ล้านเหรียญสหรัฐ แยกเป็นเงินลงทุนในหลักทรัพย์ 18,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นเงินลงทุนโดยตรง 5,300 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในงานสัมมนาของโพสต์ทูเดย์เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ระบบเศรษฐกิจของประเทศจะต้องมีระบบเดียว ไม่แยกทำนโยบายสำหรับคนรวยและคนจน ต้องปรับนโยบาย เศรษฐกิจคู่ขนานของรัฐบาลที่แล้วให้เป็นระบบเดียวที่ทุกคนเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ดี เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว รัฐบาลก็จะทบทวนนโยบายการเงินการคลังใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินถึง 8 แสนล้านบาท หากการจัดเก็บรายได้รัฐบาลดีขึ้น

นอกจากนี้ รมว.คลัง ยังได้ให้ข่าวร้ายกับลูกค้าเงินกู้ธนาคารพาณิชย์ว่า ในปลายปีนี้อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากการที่เศรษฐกิจฟื้นตัว สินเชื่อธนาคารเริ่มขยายมาก ทำให้การแย่งชิงแหล่งเงินทุนมีมากขึ้น

สำหรับภาวะตลาดทุนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยผันผวนมาก ขึ้นๆ ลงๆ ตลอดทั้งสัปดาห์ โดยดัชนีหุ้นไทยเมื่อวันที่ 5 ก.พ.นี้ ปิดตลาดที่ 691.41 จุด ลดลง 11.11 จุด หรือ 1.58% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 16,248.89 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท