
บูมสื่อใหม่ทวิตเตอร์
แม็คฟีว่า รุกสื่อดิจิตอล สร้างจุดต่างใช้ทวีตมีเดียรายแรกในไทย ทำตลาด ผ่านทวิตเตอร์ เน้นสร้างเชื่อมั่นการใช้นิวมีเดียในไทย ตั้งเป้ารายได้โตเป็นเท่าตัว
แม็คฟีว่า รุกสื่อดิจิตอล สร้างจุดต่างใช้ทวีตมีเดียรายแรกในไทย ทำตลาด ผ่านทวิตเตอร์ เน้นสร้างเชื่อมั่นการใช้นิวมีเดียในไทย ตั้งเป้ารายได้โตเป็นเท่าตัว
นายศุภชัย ปาจริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็คฟีว่า ไทยแลนด์ กล่าวว่า แนวโน้มการใช้ดิจิตอลมีเดียขององค์กรต่างๆ ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ตลาดกว้าง ลูกค้ามีจำนวนมาก ขณะที่บริษัทเอเยนซีมีจำกัด แสดงให้เห็นว่าโอกาสการเติบโตยังมีอีกมาก แม็คฟีว่าจึงเข้ามารุกตลาดนี้อย่างจริงจังมากขึ้น โดยนอกจากจะเสนอบริการสื่อดิจิตอลเต็มรูปแบบแล้ว สิ่งที่แตกต่างของแม็คฟีว่า คือ การมีบริการทวีตมีเดียเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยขณะนี้
ทั้งนี้ ทวีตมีเดียเป็นบริการของทางทวิตเตอร์ที่จะใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด แบ่งเป็นการโปรโมตแอกเคาต์ทวิตเตอร์ โปรโมตทวีต และโปรโมตเทรนด์ ซึ่งบริการทั้งหมดจะครบสมบูรณ์ภายในไตรมาส 2 นี้ โดยปัจจุบันมีบริษัท 3 รายที่ใช้บริการแล้ว คือ โตโยต้า แสนสิริ และดีแทค เป็นการเพิ่มจำนวนผู้ติดตามในทวิตเตอร์ ซึ่งปีนี้บริษัทจะเน้นบริการให้ลูกค้าเป็นหลักก่อน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้าแต่ละรายในการใช้นิวมีเดียมากกว่าการเพิ่มจำนวนลูกค้า
“ตอนนี้ลูกค้าที่ดูแลอยู่มีกว่า 10 ราย อยู่ในทุกอุตสาหกรรม แต่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ ปีนี้จะมาเน้นกลุ่มบริษัทภายในประเทศมากขึ้น เครื่องมือนี้วัดการตอบรับได้จากการทวีตกว่า 1 ล้านครั้งต่อวันในไทยเพราะเครื่องมือนี้มีประโยชน์มาก สามารถตรวจสอบการพูดถึงแบรนด์ของเรา การเปรียบเทียบการรับรู้ และการตอบรับอื่นๆ ได้ทั้งหมด จากการทวีตกว่า 1 ล้านครั้งต่อวันในประเทศไทย” นายศุภชัย กล่าว
สำหรับปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้ทวิตเตอร์ประมาณ 4.5 ล้านราย มีแอกเคาต์ที่แอ็กทีฟต่อวันประมาณ 1 แสนราย ด้านรายได้บริษัทตั้งเป้าปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิด มีแนวโน้มที่จะมีคนอื่นๆ ติตดามและสนใจ จึงถือว่าเป็นประโยชน์ในทางการตลาดมากกว่าโซเชียลเน็ตเวิร์กอื่นๆ โดยจากสถิติทั่วโลก พบว่า โอกาสที่ผู้ใช้จะตามทวิตเตอร์มีประมาณ 38% ถือว่าอยุ่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับโฆษณาออนไลน์อื่นๆ เช่น แบนเนอร์ที่มีโอกาสคลิกประมาณ 0.11%







