
ธุรกิจประกันชีวิต ไตรมาสแรกไม่สดใส
สมาคมประกันชีวิตไทย รายงานผลการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตไตรมาสแรกปี 2554 ทั้งระบบออกมาไม่ค่อยสวยนักในปีนี้
สมาคมประกันชีวิตไทย รายงานผลการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตไตรมาสแรกปี 2554 ทั้งระบบออกมาไม่ค่อยสวยนักในปีนี้
โดญ...วารุณี อินวันนา
สมาคมประกันชีวิตไทย รายงานผลการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตไตรมาสแรกปี 2554 ทั้งระบบออกมาไม่ค่อยสวยนักในปีนี้ ซึ่งสะท้อนผ่านเบี้ยประกันรายใหม่ที่ใช้เป็นตัวเลขวัดการขยายงานของธุรกิจเพิ่มขึ้นเพียง 0.6% เท่านั้น
แม้ว่าบางบริษัทจะมีการเปิดเผยผลการดำเนินงานมีเบี้ยประกันรายใหม่ออกมาเป็นระยะว่าเพิ่มขึ้นกว่า 30% แต่ส่วนใหญ่กลับมีอัตราการเติบโตต่ำ ฉุดธุรกิจทั้งระบบชะลอตัว
สำหรับสถิติเบี้ยประกันชีวิตรับรวมไตรมาสแรก (ม.ค.มี.ค. 2554) ที่สมาคมประกันชีวิตไทยรวบรวมทั้งระบบ ดังนี้
เบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ ซึ่งเป็นเบี้ยที่ใช้วัดการขยายงาน และสะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจ มีจำนวนทั้งสิ้น 2.18 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเวลาเดียวกันปีก่อนจำนวน 130.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 0.6% แยกเป็น
เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก 1.5 หมื่นล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว หรือซิงเกิลพรีเมียม 6,747 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันชีวิตรับรวมเพิ่มขึ้น โดยมีทั้งสิ้น 7.75 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนจำนวน 8,293.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 12% แยกเป็น เบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ 2.18 หมื่นล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป 5.57 หมื่นล้านบาท มีอัตราความคงอยู่ 89% หรือลูกค้าเก่าต่ออายุกรมธรรม์ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เบี้ยรายใหม่มีการเติบโตค่อนข้างต่ำ ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนตัวแทนใหม่ลดลง โดย 3 เดือนแรกปี 2554 มีผู้สมัครสอบรับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตผ่านสมาคมประกันชีวิตไทยทั้งสิ้น 3.27 หมื่นคน เพิ่มขึ้นในระยะเดียวกันของปีก่อนเพียง 2.78%
รวมถึงเป็นช่วงที่ตัวแทนรอดูนโยบายทางการตลาด กิจกรรมส่งเสริมการขาย ช่วงพักผ่อนหลังจากรับผลตอบแทนพิเศษจากผลงานประจำปี และเป็นช่วงที่น้ำท่วมใหญ่ทางภาคใต้ ทำให้บริษัทประกันชีวิตมีการยืดเวลาการชำระเบี้ยจาก 31 วัน เป็น 91 วัน ทำให้เบี้ยใหม่ที่จะต้องชำระเดือน มี.ค.เลื่อนออกไป
นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย อธิบายว่า ในการพิจารณาข้อมูลสถิติของธุรกิจประกันชีวิต สมาคมแยกพิจารณาเป็น 2 กรณี
กรณีแรก พิจารณาถึงขนาดของบริษัท โดยพิจารณาถึงการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวม (Total Premium) ซึ่งหมายถึงเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ (New Business Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป (Renewal Premium) โดยคำนึงถึงอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิต
กรณีที่สอง พิจารณาถึงการขยายงานของบริษัท จะพิจารณาจากการเติบโตเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งหมายถึงเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก (First Year Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว (Single Premium)
อย่างไรก็ตาม สมาคมประกันชีวิตไทยได้ประมาณการว่า ธุรกิจประกันชีวิตยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2554 ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราเพิ่มขึ้นประมาณ 15% หรือเบี้ยประกันชีวิตรวมจะไม่ต่ำกว่า 3.4 แสนล้านบาท ผลจากบริษัทประกันชีวิตยังคงมีการแข่งขันกันพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบต่างๆ ออกมา โดยเฉพาะการพัฒนารูปแบบของกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลแบบต่างๆ เพื่อสนองความต้องการของประชาชน และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอย่างแพร่หลายสู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ รัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมด้านภาษี โดยการเพิ่มค่าลดหย่อนเบี้ยประกันภัย จากการประกันชีวิตแบบบำนาญอีก 2 แสนบาท รวมเป็น 3 แสนบาท จึงจะมีการประกันชีวิตแบบบำนาญต่างๆ ออกมาขายในตลาดมากขึ้น
ที่สำคัญคือจะมีการแข่งขันกันพัฒนาด้านการขายผ่านช่องทางธนาคาร และตัวแทนกันมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองช่องทางนี้จะช่วยผลักดันให้เบี้ยประกันชีวิตเพิ่มในอัตราที่สูงขึ้น







