
‘SSI-MINT’ลงทุนเมืองนอกไปได้ดี
SSI โชคดี รัฐบาลอังกฤษอัดฉีดเงิน 85 ล้านบาท หนุนสร้างงาน ส่วน MINT เพิ่มหุ้นราคารับซื้อ Oaks ออสเตรเลีย
SSI โชคดี รัฐบาลอังกฤษอัดฉีดเงิน 85 ล้านบาท หนุนสร้างงาน ส่วน MINT เพิ่มหุ้นราคารับซื้อ Oaks ออสเตรเลีย
นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) เปิดเผยว่า บริษัท สหวิริยาสตีล ยูเค ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ลงทุนในโรงงานถลุงเหล็กและผลิตเหล็กกล้าครบวงจร ประเทศอังกฤษ ได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 2 ล้านยูโร หรือประมาณ 85.75 ล้านบาท จาก The Regional Growth Fund (RGF) หรือกองทุนเพื่อการเติบโตของภูมิภาคของรัฐบาลกลางสหราชอาณาจักร สำหรับการพัฒนาบุคลากร รวมถึงพนักงานใหม่ที่อยู่ระหว่างการสรรหาอีก 800 อัตรา
ทั้งนี้ รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจที่สามารถสร้างความเจริญเติบโต และสร้างงานให้กับท้องถิ่น
นายวินซ์ เคเบิล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของอังกฤษ กล่าวว่า กองทุนจะช่วยให้ธุรกิจทั่วประเทศได้ขยายกิจการและสร้างงานใหม่มากมาย
“การที่จะได้รับเงินจากกองทุน RGF ต้องผ่านการแข่งขันสูงในการเสนอโครงการ รัฐบาลต้องการที่จะเห็นข้อเสนอที่สร้างงานภาคเอกชนในพื้นที่ที่จำเป็น ไม่ได้รับการเหลียวแล และเสี่ยงจากการทอนความช่วยเหลือของรัฐ” นายเคเบิล กล่าว
นายนิก เคลกก์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีด้านธุรกิจของอังกฤษ กล่าวว่า การสร้างภูมิต้านทานให้เศรษฐกิจอังกฤษในบางอุตสาหกรรมและบางพื้นที่ จำเป็นต้องกระจายโอกาสทั่วทั้งประเทศ สร้างขีดความสามารถในการสร้างงาน ด้วยการสนับสนุนที่ถูกทางจะทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถทำงานร่วมกับชุมชน และร่วมกันนำประเทศกลับสู่ความเจริญรุ่งเรือง
ด้านบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เปิดเผยว่า บริษัทได้ซื้อหุ้นในบริษัท Oaks Hotels & Resorts Limited (Oaks) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย เพิ่มจำนวน 59,703,851 หุ้น ในราคาหุ้นละ 0.52 เหรียญออสเตรเลีย ทำให้บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 19.96% เป็น 54.3%
นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับราคาเสนอซื้อทั้งหมดของ Oaks จากราคา 0.35 เหรียญออสเตรเลียต่อหุ้น เป็น 0.52 เหรียญออสเตรเลียต่อหุ้น โดยไม่มีเงื่อนไข และชำระเงินเร็วขึ้นจาก 14 วัน เป็น 7 วัน
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น MINT ให้ราคาเป้าหมายที่ 16.20 บาท คาดว่าบริษัทจะประกาศกำไรสุทธิไตรมาสแรก จำนวน 709 ล้านบาท เติบโต 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 63% จากไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าธุรกิจโรงแรมอ่อนแอลง แต่ธุรกิจหลักอื่นๆ มีความสดใสมากขึ้น







