posttoday
เป๊ปซี่เตียงหักเสริมสุข ศึกยือเยื้อจบแบบต่างเจ็บ

เป๊ปซี่เตียงหักเสริมสุข ศึกยือเยื้อจบแบบต่างเจ็บ

04 พฤษภาคม 2554

หลังปิดฉากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 ไปเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา

หลังปิดฉากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 ไปเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยบริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มคาร์บอเนตและนอนคาร์บอเนต บอกเลิกสัญญาธุรกิจกับพันธมิตรกว่า 58 ปี กลุ่มเป๊ปซี่ ยักษ์น้ำดำระดับโลกจากสหรัฐ ภายใต้บริษัท เป๊ปซี่โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง เจ้าของและผู้ทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม เป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ เครื่องดื่มไม่อัดก๊าซ เช่น ทรอปิคานา ทวิสเตอร์ เกเตอเรด

ทั้งนี้ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่าฯ แพ้โหวตกรรมการ 6 คนที่ส่งเข้ามา และไม่สามารถลงนามในสัญญาฉบับใหม่ได้ภายในวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเตรียมยกเลิกสัญญาใน 1 ปีนับจากนี้ หรือมีผลในวันที่ 1 เม.ย. 2555 ซึ่งเป็นไปตามผลการประชุมผู้ถือหุ้นในวาระดังกล่าว

เป๊ปซี่เตียงหักเสริมสุข ศึกยือเยื้อจบแบบต่างเจ็บ

จากผลการประชุมครั้งนี้ อาจเป็นชัยชนะของบริษัท เสริมสุข ที่อยู่เหนือบริษัท เป๊ปซี่-โคล่าฯ แค่เพียงยกแรก ในศึกชิงคะแนนเสียงโหวตจากผู้ถือหุ้น และอาจเป็นแค่การเริ่มนับแต้มศูนย์ยังไม่ถึง 1 ด้วยซ้ำ จึงยังบอกไม่ได้ว่า ใครจะเป็น “ผู้แพ้” หรือ “ผู้แพ้มากกว่า” ที่แท้จริง จากหลายตัวแปรที่ยังแฝงอยู่

โดยเฉพาะในทางกฎหมายหลายข้อ ที่ทั้งฝ่ายบริษัท เสริมสุข และเป๊ปซี่ฯ ต่างเตรียมงัดออกมาสู้ในคดีแพ่ง หรือสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ ที่มีบริษัท เอสบีเค เบฟเวอเรจ ถือหุ้นสัดส่วนกว่า 9% ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของซันโตรี เบฟเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศญี่ปุ่น และเป็นพันธมิตรการค้ากับเป๊ปซี่ โค ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังต้องมีการตรวจสอบในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในด้านแผนกิจกรรมการตลาดสินค้าเครื่องดื่มต่างๆ ในพอร์ตเป๊ปซี่ฯ ที่ขณะนี้ยังเป็นไปตามปกติ จากการแข่งขันที่ยังรุนแรงในตลาดน้ำอัดลมมูลค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านบาท รวมถึงการขนส่งและกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ซึ่งถือเป็น “หัวใจ” สำคัญของธุรกิจเครื่องดื่ม ที่ต้องอาศัยช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่เข้าถึงครอบคลุมทั่วประเทศ

ขณะที่บริษัท เสริมสุข ถือว่ามีความแข็งแกร่งด้านการกระจายสินค้า ที่เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้น้ำดำ “เป๊ปซี่” ในเมืองไทย เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายในตลาดแซงคู่แข่งอันดับหนึ่งในตลาดโลกอย่าง “โค้ก”

นายปริญญา เพิ่มพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เสริมสุข กล่าวว่า บริษัทเตรียมยกเลิกการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเป๊ปซี่ในวันที่ 1 เม.ย.ปีหน้า โดยในระหว่างนี้ต้องเตรียมความพร้อมในการขยายไลน์สินค้าไปยังเครื่องดื่มใหม่ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท และเชื่อว่าจากนี้ไปบริษัทจะได้รับความสนใจจากกลุ่มธุรกิจเป็นอย่างมาก

ขณะอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญอย่างยักษ์เครื่องดื่มจากญี่ปุ่น “ซันโตรี” ที่ปัจจุบันเป็นพันธมิตรธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการในไทยบริษัท ทิปโก้ฟูดส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้และผลไม้กระป๋อง “ทิปโก้” ด้วยเช่นกัน

นายวิวัฒน์ ลิ้มศักดานนท์ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจอาหารทิปโก้ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ทิปโก้ ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การที่ซันโตรี ประเทศญี่ปุ่นเข้าไปถือหุ้นในกิจการด้านการกระจายสินค้า (ดิสติบิวเตอร์) ของบริษัท เสริมสุข นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในเชิงธุรกิจ ซึ่งไม่ต้องการกล่าวพาดพิงแต่อย่างใด และเป็นคนละส่วนกับการดำเนินธุรกิจร่วมกันกับบริษัท

ปัจจุบันบริษัทเป็นพันธมิตรร่วมทุน (เจวีซี) กับบริษัท ซันโตรี ประเทศญี่ปุ่น ด้านการผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพื่อทำตลาดในอาเซียนตามแผนขยายตลาดในอนาคตเท่านั้น

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ไม่ตัน ผู้เชี่ยวชาญวงการเครื่องดื่มให้ความเห็นว่า หากพันธมิตรที่ค้ากันมากว่า 50 ปี ไม่เอาเปรียบอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ไม่เกิดปัญหานี้ กรณีนี้ชนะคือแพ้ หรือแพ้คือชนะ เสริมสุขไม่มีเป๊ปซี่ก็เหนื่อย ทางเป๊ปซี่ไม่มีเสริมสุขก็เหนื่อยมากหน่อย เป๊ปซี่กว่าจะสร้างโรงงานผลิตต้องใช้เวลา 2-3 ปี สร้างระบบกระจายสินค้าอีก 4-5 ปี ส่วนเสริมสุขกว่าจะสร้างสินค้ายี่ห้อใหม่ขึ้นมาก็ใช้งบใช้เวลา ถ้าต่างฝ่ายต่างยอมกัน ก็อยู่กันต่อไปได้

จากภาพรวมทั้งหมด บริษัท เป๊ปซี่-โคล่าฯ ที่แม้ว่าจะเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มน้ำอัดลมระดับโลก แต่หากเมื่อขาด “หัวใจ” ในการทำตลาดเครื่องดื่มด้านโลจิสติกส์แล้ว ก็อาจทำให้ต้องเสียส่วนแบ่งตลาด หรือเพลี่ยงพล้ำร่วงลงไปเป็นเบอร์ 2 ในตลาดเช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ในโลก

ดังนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงระหว่าง 12 เดือนนับจากนี้ ก่อนถึงกำหนดเลิกสัญญาต้นเดือน เม.ย. 2555 ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่า ทางเป๊ปซี่จะกลับเข้ามาใหม่ได้โดยการให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติเรื่องแผนธุรกิจใหม่ได้ หรือบริษัท เสริมสุข กับเป๊ปซี่ฯ ไปเจรจากันนอกรอบ หลังเวลาและผลที่ทั้งสองฝ่ายประเมินแล้วมีแต่เจ็บตัวมาก กับเจ็บตัวมากที่สุด ทำให้ต่างฝ่ายต่างต้องทบทวนท่าทีความสัมพันธ์ที่ค้าขายกันมากว่า 58 ปี ซึ่งตัดบัวก็น่าจะเหลือเยื่อใยกันบ้าง

อาจจะได้กลับมาจูบปากเซ็นสัญญาทางธุรกิจอีกครั้งก็เป็นไปได้ พอๆกับที่บริษัทเป๊ปซี่ อาจได้พันธมิตรผู้ผลิตและกระจายสินค้าเครื่องดื่มรายใหม่ ที่ความแข็งแกร่งเทียบกับรายเดิมอย่างบริษัทเสริมสุข ที่ผูกสัญญามายาวนานกว่า 58 ปีในประเทศไทย ที่อาจหันไปผลิตสินค้าน้ำอัดลมยี่ห้ออื่นหรือที่เป็นของตัวเองก็ได้เช่นกัน

&<2288;

&<2288;


 

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ