
IRCPล้างขาดทุนเกลี้ยง
จ่ายปันผลปีนี้หลังหยุดมานาน‘เหตระกูล’ช่วยหางานคล่อง
จ่ายปันผลปีนี้หลังหยุดมานาน‘เหตระกูล’ช่วยหางานคล่อง
IRCP ลั่นล้างขาดทุนสะสมหมดไตรมาส 2 นี้ คอนเนกชันกลุ่ม “เหตระกูล” ช่วยธุรกิจดีขึ้น
นายกังวาล กุศลธรรมรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น (IRCP) ผู้ประกอบธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคมและไอที เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะล้างขาดทุนสะสมให้หมดภายในไตรมาส 2 ปีนี้ จากสิ้นปี 2553 มีขาดทุนสะสม 2 ล้านบาท เพื่อกลับมาจ่ายปันผลให้ได้ภายในปี 2554 หลังจากหยุดแจกมาตั้งแต่ปี 2551 โดยมีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
“ผลงานของบริษัทดีขึ้นหลังจากเลิกกิจการที่ไม่ทำรายได้ มีค่าใช้จ่ายสูงออกไป และเพิ่มธุรกิจวางโครงข่ายโทรคมนาคม โดยเฉพาะการเป็นตัวแทนจำหน่ายของกลุ่มโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ทำให้ผลประกอบการพลิกฟื้นต่อเนื่อง” นายกังวาล กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทพลิกฟื้นได้ ต้องยอมรับว่าการมีกลุ่มผู้ถือหุ้นจาก “เหตระกูล” เข้ามาเป็นที่ปรึกษาและร่วมเป็นคณะกรรมการบริษัท ช่วยให้การดำเนินธุรกิจดีขึ้น เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้และมีความชำนาญในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งมีความสัมพันธ์กว้างขวางหลายวงการตั้งแต่ภาคธุรกิจ การเมือง และสื่อ ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะการขยายงานของบริษัทที่ยังคงมุ่งเน้นงานของราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าของบริษัทเป็นราชการ 80% และเอกชน 20%
ล่าสุดบริษัทชนะการประกวดราคาโครงการของบริษัท กสท โทรคมนาคม ส่งผลให้มีมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ 600 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในปีนี้ และยังรอเซ็นสัญญาอีก 2-3 โครงการ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีรายได้โตขึ้น 30% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,114 ล้านบาท
นอกจากนี้ ช่วงที่เหลือของปีบริษัทเตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการวางระบบไอทีกับหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจอื่นๆ อีกมูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยเป็นโครงข่ายระบบ 3จี ให้กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ถึง 2,000 ล้านบาท ส่วนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นก็ไม่มีผลกระทบต่องานของบริษัท
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานปีนี้ บริษัทยังคงเน้นงานราชการ เพราะมีเครดิต มีการเบิกจ่ายงบประมาณต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทต้องเร่งพัฒนาความรู้พนักงานให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น ประกอบกับบริษัทมีฝ่ายตรวจสอบเรื่องการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะที่จะตรวจสอบควบคุมค่าใช้จ่ายทุกด้าน โดยเริ่มต้นตั้งแต่พยายามหาโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ไม่ต่ำกว่า 15%
ปัจจุบันกลุ่มเหตระกูลเข้ามาถือหุ้นประมาณ 10% โดยนายดล เหตระกูล ถือ 7.98% และนายแดน เหตระกูล 2.28% ขณะที่นายกังวาล ถือหุ้นที่ 9.86%







