
อีตั้น-บีอาร์จีบุกรถยุโรป
หลังนำเข้ารถญี่ปุ่นยังมีปัญหายันไม่ปรับเป้าเชื่อปลายปีมีลุ้น
หลังนำเข้ารถญี่ปุ่นยังมีปัญหายันไม่ปรับเป้าเชื่อปลายปีมีลุ้น
เกรย์มาร์เก็ต ลุ้นระทึก รถนำเข้าญี่ปุ่นขาดตลาด หันนำเข้ารถยุโรปแทน ลุ้นไตรมาสสุดท้ายญี่ปุ่นฟื้น
นายพีรศุษม์ ตันติยันกุล ประธานบริษัท อีตั้น อิมปอร์ท ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และคลื่นสึนามิ ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจนำเข้ารถยนต์มากพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่บริษัทยังไม่สามารถกำหนดได้ว่ารถล็อตใหม่จะเข้ามาได้เมื่อใด
“ปัจจุบันเรามีสต๊อกรถในมืออยู่ประมาณ 50-60 คัน ซึ่งขาย 1 เดือนก็หมดแล้ว หลังจากนั้นยังไม่สามารถบอกได้ว่ารถล็อตใหม่จะเข้ามาเมื่อ ไหร่ ทำให้ลูกค้าต้องรอรถนานขึ้นหากต้องการรถที่เราไม่มีในสต๊อก โดยเราก็ไม่สามารถบอกได้ด้วยว่าจะต้องรอนานเท่าไหร่” นายพีรศุษม์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้บริษัทได้ปรับแผนการตลาดหันไปนำเข้ารถยนต์จากยุโรปเข้ามาจำหน่ายแทน ซึ่งโชคดีที่ในปีนี้รถยนต์ในกลุ่มประเทศยุโรปได้เปิดตัวหลายรุ่น ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดสเบนซ์ หรือปอร์เช่ ทำให้ยอดขายไม่ได้ลดลงมากเท่าใดนัก และทำให้ในช่วงนี้ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดไปเน้นเรื่องบริการหลังการขายช่วยด้วย
ทั้งนี้ บริษัทยังยืนเป้าหมายยอดขายเดิมคือกว่า 1,080 คัน เพราะมียอดขายจากรถยุโรปเข้ามาทดแทน โดยในปีนี้คาดว่าสัดส่วนยอดขายรถยุโรปจะเพิ่มจาก 30% ในปีที่ผ่านมาเป็น 70% หรือมากกว่าในปีนี้
“ยังหวังว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติในช่วงไตรมาส 3 หรือไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งก็จะทำให้ยอดขายไม่ได้ปรับลดลง เพราะ กำลังซื้อยังมี แต่ไม่มีของขาย” นายพีรศุษม์ กล่าว
น.ส.ชลลธร ศรีรัตนประภาส กรรมการบริหาร บริษัท เบนซ์รามคำแหง กรุ๊ป หรือบีอาร์จี กล่าวว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศ ญี่ปุ่นทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับทางบริษัทได้ในช่วง 2 เดือนนี้ แต่คาดว่าจะสามารถกลับมาส่งมอบได้อีกครั้งในช่วงเดือน มิ.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำตลาดของบริษัทมากนักเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมารถยนต์ญี่ปุ่นไม่มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ มากนัก ทำให้บริษัทหันไปเน้นการเปิดตัวรถยนต์จากทางยุโรป ซึ่งมีสัดส่วนการขายเพิ่มเป็น 70% ในปัจจุบัน
“สิ่งที่น่าเป็นห่วงจากนี้ก็คือทางเลือกของลูกค้าจะมีน้อยลง เช่น สีหรือออปชันที่ปกติเคยเลือกได้เต็มที่ ขณะที่รถจากยุโรปก็อาจจะได้รับผลกระทบในอนาคต เพราะการผลิตก็มีการนำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นบ้าง” น.ส.ชลลธร กล่าว
สำหรับยอดจำหน่ายที่วางเอาไว้ 1,000 คันในปีนี้ คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการหดหายของการส่งมอบรถยนต์ใหม่ แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะพลาดเป้าหมายการจำหน่ายไปมากน้อยเพียงใด เพราะต้องพิจารณาว่าโรงงานรถยนต์จะกลับมาผลิตได้เต็มที่เมื่อไร และจะดึงยอดจำหน่ายในช่วงปลายปีขึ้นมาได้หรือไม่







