posttoday
ง่วนสูนขยายร้านฟาสต์ฟู้ดลุยตลาดตปท.

ง่วนสูนขยายร้านฟาสต์ฟู้ดลุยตลาดตปท.

03 พฤษภาคม 2554

ง่วนสูน ลุยฟาสต์ฟู้ดแบรนด์มวยไทย ตั้งเป้า 10 ปี ขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดเครื่องเทศโลก

ง่วนสูน ลุยฟาสต์ฟู้ดแบรนด์มวยไทย ตั้งเป้า 10 ปี ขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดเครื่องเทศโลก

นายวิศิษฐ์ ลิ้มประนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาจจิตต์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็พเพอร์ แอนด์ สไปซ์ (ง่วนสูน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรุงรสอาหารภายใต้แบรนด์ตรามือ และสไปซ์ สตอรี่ กล่าวว่า เพื่อขยายตลาดเครื่องเทศของไทยในตลาดโลก บริษัททดลองเปิดร้านอาหารไทยแบบฟาสต์ฟู้ดแบรนด์มวยไทยขนาด 80 ที่นั่ง สาขาแรกที่ประเทศบาห์เรน เพื่อขยายตลาดเครื่องเทศในระดับโลก บริหารโดยบริษัท มวยไทยควิกมีล ซึ่งร่วมทุนกับนักธุรกิจในท้องถิ่น ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท

“บริษัทดังกล่าว ง่วนสูนถือหุ้นใหญ่ 90% ขายอาหารประเภทจานด่วนเมนูไทย 30 – 40 เมนูคอมโบ้เซ็ท เช่น ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ลาบ โดยปรุงจากเครื่องปรุง สำเร็จรูปที่ง่วนสูนคิดค้นและผลิตขึ้นเอง ทดลองเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ได้รับการรับที่ดีจากคนในท้องถิ่น หากประสบความสำเร็จดี ซึ่งรูปแบบดังกล่าวจะทำให้บริษัทสามารถขยายสาขาได้เป็นจำนวนมากในมาตรฐานรสชาติเดียวกันโดยไม่ต้องใช้กุ๊ก หรือผู้ปรุงอาหารแบบเดิม” นายวิศิษฐ์ กล่าว

สำหรับร้านสไปซ์ สตอรี่ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเทศสำเร็จรูปแบบใหม่ ที่สามารถปรุงอาหารไทยได้ทันที ที่บริษัททดลองเปิดร้านแรกที่สยามพารากอน เมื่อ 2–3 ปีที่ผ่านมา และมีแผนที่จะขยายสาขาในต่างประเทศ โดยจะเปิดสาขาแรกที่สิงคโปร์ ด้วยงบลงทุนกว่า 10 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ ยังได้มีการเจรจาเพื่อขยาย 2 สาขาอีก 2 แห่งในซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ประเทศอังกฤษอย่างน้อย 2 แห่ง ด้วยงบลงทุนแห่งละ 10 ล้านบาท รวม 20 ล้านบาท คาดว่าจะสรุปได้เร็วๆ นี้

บริษัทจะใช้ร้านสไปซ์ สตอรี่ เป็นแบรนด์หลักในการขยายตลาดเครื่องเทศสำเร็จรูปพร้อมปรุงในต่างประเทศ ในแง่ของสินค้าและการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และวางแผนขยายสาขาอีก 5–6 ประเทศใน 5 ปี และมั่นใจว่าจากแผนดังกล่าวจะส่งผลให้ในอีก 10 ปีข้างหน้า บริษัทจะเป็นผู้นำตลาดในระดับโลก นายวิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของร้าน สไปซ์ สตอรี่ คือ คนท้องถิ่นในประเทศที่มีสาขาดังกล่าวเปิดอยู่ และชอบอาหารไทย ต้องการปรุงรับประทานเองที่บ้าน รวมถึงร้านอาหารไทยที่เปิดอยู่ในประเทศต่างๆ ที่สามารถซื้อเครื่องเทศไทยไปประกอบอาหารไทยแทนการซื้อสินค้าจากประเทศเวียดนาม ลาว เพื่อนำไปปรุงอาหารไทย

สำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มีแผนที่จะเพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่มผงปรุงรสสำเร็จรูปที่สามารถปรุงอาหารไทยหลากหลายเมนู ภายใต้มาตรฐานรสชาติเดียวกันอีก 17 รายการ โดยจะวางจำหน่ายในตลาดทั่วไปและตลาดพรีเมี่ยม ต่อยอดจากธุรกิจเครื่องเทศเดิมที่ทำตลาดอยู่ 2 แบรนด์ เช่น พริกไทยตรามือ

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเพิ่มสินค้าอีก 17 รายการในไทย ซึ่งจากแผนการดำเนินงานทั้งหมดทั้งในและต่างประเทศ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มยอดขายอีกกว่าเท่าตัวในอีก 7 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีรายได้ 500-600 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนการส่งออกปัจจุบันมีสัดส่วนราว 30% ของรายได้ทั้งหมดอย่างไรก็ตาม จากการที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน หรือ เออีซีที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2558 นั้น บริษัทมีแผนรองรับด้วยการพยายามหาแหล่งเพาะปลูกวัตถุดิบเพิ่มเติมเพื่อรองรับการผลิตในแถบประเทศเพื่อนบ้าน ในรูปของการทำคอนแท็คฟาร์มมิ่ง หรือการหาเครื่องเทศใหม่ๆ ที่มีมากในประเทศอื่น เพื่อมาผลิตเพิ่มเติม

เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดและการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท