posttoday
แบงก์ใหญ่กระอัก

แบงก์ใหญ่กระอัก

03 พฤษภาคม 2554

คนโยกเงินฝากเข้าธนาคารรัฐใช้ดอกสู้พยุง-กสิกรสั่งสำรวจ

คนโยกเงินฝากเข้าธนาคารรัฐใช้ดอกสู้พยุง-กสิกรสั่งสำรวจ

ธนาคารใหญ่อ่วมเจอลูกหลงกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น เพื่อดูแลเงินไม่ให้ไหลไปธนาคารรัฐ

นายอำพล โพธิ์โลหะกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้ฝากเงิน กรณีกฎหมายคุ้มครองเงินฝากที่จะลดการคุ้มครองเงินฝากลงเหลือบัญชีละ 50 ล้านบาท ในเดือน ส.ค.นี้ และจะลดเหลือบัญชีละ 1 ล้านบาทต่อธนาคาร ในเดือน ส.ค. 2555

นายอำพล ชี้แจงว่า ในแบบสอบถามลูกค้าชุดใหม่ ธนาคารได้เพิ่มปัจจัยมุมมองของผู้ฝากต่อธนาคารเฉพาะกิจ หรือธนาคารของรัฐเข้าไปในแบบสอบถาม หลังจากก่อนหน้านี้จะโฟกัสเฉพาะปัจจัยที่เกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์เท่านั้น

ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องสอบถามความเห็นที่มีต่อธนาคารเฉพาะกิจ เพราะขณะนี้ธนาคารของรัฐมีความตื่นตัวมาก โดยเฉพาะการทำการตลาด การระดมเงินฝาก การออกผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ มีความหลากหลายขึ้น ธนาคารจึงต้องการรู้ว่าลูกค้าจะย้ายเงินไปฝากกับธนาคารของรัฐหรือไม่

“เดิมธนาคารของรัฐไม่ได้ตื่นตัว แต่ตอนนี้เขาตื่นตัวกันเยอะ มีการชูสโลแกนรัฐบาลเป็นประกัน ยิ่งทำให้ภาพการแข่งขันด้านคุณภาพเพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารขนาดใหญ่ต้องจ่ายดอกเบี้ยในราคาที่สูงกว่าเดิมจากที่เคยคาดไว้” นายอำพล กล่าว

นายอำพล กล่าวว่า สิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่คือ จะมีต้นทุนทางการเงินแพงขึ้น ธนาคารขนาดเล็กจะต้องสู้ราคากับธนาคารขนาดใหญ่ แต่ธนาคารขนาดใหญ่ก็ต้องสู้ราคากับธนาคารของรัฐ ผู้ฝากจะเริ่มมองว่าดอกเบี้ยที่ได้คุ้มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่ เพื่อพิจารณาเลือกธนาคารที่ฝากเงินไว้

แหล่งข่าวจากธนาคารขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมามีลูกค้าทั้งที่เป็นกลุ่มคนมีอายุ ข้าราชการ และกลุ่มพ่อค้าคนจีนจำนวนหนึ่ง ได้มีการถอนเงินและโยกเงินไปฝากไว้กับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสิน เพราะกลัวว่าจะได้รับความคุ้มครองลดลง ทำให้มีการออกเงินฝากที่หลากหลายและจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า จังหวะที่มีการบังคับใช้คุ้มครองเงินฝากเป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ฉะนั้นเมื่อเข้าสู่ปี 2554 ดอกเบี้ยจึงอยู่ในช่วงค่อยๆ ปรับขึ้นแล้ว จึงส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องทยอยออกเงินฝากระยะยาวเพื่อล็อกต้นทุนเงินฝากไว้ ก็เป็นจังหวะที่ดีที่ผู้ฝากเงินจะมีทางเลือกในการออมมากขึ้น

อย่างไรก็ดี หากเศรษฐกิจไทยยังไปได้ไม่มีปัจจัยกระทบต่อระบบการเงิน เชื่อว่าผู้ฝากเงินจะไม่มีความกังวลมาก แม้ในใจผู้ฝากอาจมีเรื่องสถาบันคุ้มครองเงินฝากอยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ฝากเงินขนาดใหญ่เชื่อว่ามีช่องทางการออมให้ตัดสินใจหลายตัว ทั้งหุ้นกู้ การลงทุนในตลาดหุ้น โดยผู้ฝากรายใหญ่ยังคงเลือกใช้บริการกับสถาบันการเงินที่คุ้นเคยมานาน เพราะมีความสัมพันธ์ระยะยาวต่อกัน

เมื่อสำรวจยอดเงินฝากของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 6 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ปรากฏว่ามีสัดส่วนเงินฝากที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ย. 2553 เป็นต้นมา จากที่มีอยู่แค่ 2.37 ล้านล้านบาท ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.58 ล้านล้านบาท ในเดือน ม.ค. 2554 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2.1 แสนล้านบาท

ขณะที่ยอดเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2554 มีจำนวน 7.01 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1.71 แสนล้านบาท จากจำนวน 6.84 ล้านล้านบาท ในสิ้นเดือน ม.ค. 2554 โดยเพิ่มขึ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่เป็นหลัก ขณะที่เงินฝากกลุ่มธนาคารขนาดเล็กปรับตัวลดลง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท