
คลังเร่งกระตุ้นคนเก็บเงินไว้ใช้ยามแก่ตัว
คลังตีปี๊บดึงรากหญ้าเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ
คลังตีปี๊บดึงรากหญ้าเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่ได้ผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อต้นเดือน เม.ย. 2554 และจะมีผลบังคับใช้ในกลางเดือน มิ.ย.นี้ กำหนดให้ผู้อำนวยการ สศค.ต้องรักษาการเลขาธิการ กอช. และต้องสรรหาเลขาธิการให้ได้ภายใน 90 วัน และต้องเริ่มดำเนินการเปิดรับสมาชิกเข้ากองทุนภายใน 1 ปี จึงต้องเร่งดำเนินการ
ขณะนี้ กอช.อยู่ระหว่างหาเช่าพื้นที่ทำการสำนักงาน และมีแผนเร่งประชาสัมพันธ์ให้แรงงานนอกระบบที่มีอยู่กว่า 24 ล้านคน ให้มีความเข้าใจและเห็นถึงผลประโยชน์ของการเข้ามาเป็นสมาชิกกองทุน กอช. ว่า จะได้มีหลักประกันของรายได้ไว้ใช้จ่ายหลังจากที่เกษียณอายุ หรือไม่ได้ทำงาน
นายนริศ กล่าวว่า แรงงานนอกระบบสามารถสมัครใจเข้ามาเป็นสมาชิกจ่ายสมทบเงินเข้ากองทุนได้ตั้งแต่เดือนละ 50-1,100 บาท โดยรัฐบาลจะจ่ายสมทบให้ 50% แต่ไม่เกิน 50 บาทต่อเดือน สำหรับสมาชิกที่อายุ 15-30 ปี ไม่เกิน 80 บาทต่อเดือน สำหรับสมาชิกอายุ 30-50 ปี และไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน สำหรับสมาชิกอายุ 50-60 ปี
นายนริศประเมินว่า หลังจากเกษียณอายุแล้วสมาชิกจะได้รับเงินบำนาญรายเดือนละ 2,000-3,000 บาท ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเงินที่จ่ายสมทบและระยะเวลาที่เป็นสมาชิก ไม่รวมกับเบี้ยคนชราอีก 500 บาทต่อเดือน ที่รัฐบาลจ่ายให้ ทำให้เพียงพอต่อการยังชีพในระดับหนึ่ง
นายนริศ กล่าวว่า ช่วง 1 ปีแรกที่เปิดรับสมาชิก ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป สามารถเข้าเป็นสมาชิกได้โดยจ่ายเงินเข้ากองทุนได้เป็นเวลา 10 ปี จากเดิมที่กำหนดไว้ให้คนตั้งแต่อายุ 50-60 ปีเท่านั้น
สำหรับการบริหารกองทุน กอช. จะมีอนุกรรมการการลงทุน มีผู้อำนวยการ สศค.เป็นประธาน และจะว่าจ้างบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) ที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับเข้ามาเป็นผู้บริหาร โดยจะต้องประกันผลตอบแทนให้กับสมาชิกเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง







