
แรงงานอยากให้ปรับขึ้นค่าแรงอีก9บาท
ม.หอการค้าเผย ผลสำรวจความคิดเห็นแรงงาน ต้องการให้ปรับขึ้นค่าแรงอย่างน้อย 9 บาทต่อวัน โดยปรับขึ้นทันที และชื่นชอบนโยบายปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวันภายใน 2 ปี
ม.หอการค้าเผย ผลสำรวจความคิดเห็นแรงงาน ต้องการให้ปรับขึ้นค่าแรงอย่างน้อย 9 บาทต่อวัน โดยปรับขึ้นทันที และชื่นชอบนโยบายปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวันภายใน 2 ปี
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทยทั่วประเทศจำนวน 1,200 ตัวอย่างระหว่างวันที่ 20-27เม.ย. 2554 พบว่า แรงงานกว่า 37.2% เห็นว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่ได้รับในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันมีความเหมาะสมน้อย 35.3% เห็นว่าเหมาะสมปานกลาง และ 13.7% เห็นว่าไม่เหมาะสม โดยคิดว่าค่าแรงขั้นต่ำควรเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 9 บาทต่อวัน โดย 45.4% ตอบว่าควรปรับขึ้นทันที 41.4% ให้ปรับขึ้นอีกครั้งในปีนี้ และ 14.2% ให้ปรับขึ้นในเวลาที่เหมาะสม
ทัศนะต่อลักษณะการเปลี่ยนแปลงค่าแรงขั้นต่ำ 70.3%ต้องการให้ปรับค่าแรงเป็น 300 บาท ภายใน 2 ปี 24.1% ให้เพิ่มขึ้น 25% ภายใน 2 ปี และ 5.6% ให้ปล่อยเป็นไปตามกลไกตลาด
สำหรับสถานภาพของแรงงานไทย แรงงานจำนวน 88.4% มีภาระหนี้ ส่วนใหญ่กู้เงินเพื่อใช้จ่ายประจำวัน ซื้อยานพาหนะ ค่ารักษาพยาบาล และซื้อที่อยู่อาศัย เฉลี่ยมีหนี้สิน 8.76 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ผ่อนชำระ 5,263 บาทต่อเดือน แบ่งเป็นหนี้ในระบบ 53.3% ผ่อนชำระ 4,418 บาทต่อเดือน และนอกระบบ 46.7% ผ่อนชำระ 4,097 บาทต่อเดือน โดย 69.3% มีปัญหาในการผ่อนชำระหนี้ และ 30.7% ไม่มีปัญหา
เมื่อเปรียบเทียบการเพิ่มขึ้นของหนี้ต่อรายได้ในปัจจุบันแรงงาน 64.8% มีหนี้เพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น และ 34.3% มีหนี้เพิ่มน้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนในอนาคตแรงงาน 55.6% คิดว่าจะมีหนี้เพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น 37.4% คิดว่าจะมีหนี้เพิ่มขึ้นเท่ากับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และ 7% คิดว่าจะมีหนี้เพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น
ด้านสถานภาพทางการเงินของแรงงาน 73.3% มีปัญหารายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย เนื่องจากราคาสินค้าแพงขึ้น อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ราคาน้ำมันแพง และรายได้ลดลง ซึ่งแรงงานแก้ปัญหาโดย 34.5% ขายและจำนำสินทรัพย์ 32.6% กู้ยืม 24.2% ขอความช่วยเหลือจากญาติที่น้อง และ 8.7% นำเงินออมออกมาใช้
สำหรับสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ อันดับ 1 ได้แก่ ดูแลค่าครองชีพ ราคาสินค้าที่จำเป็น อันดับที่ 2 เพิ่มสวัสดิการแรงงาน อันดับที่ 3 เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ อันดับ 4 ดูแลช่วยเหลือแรงงานที่ถูกเอาเปรียบ และอันดับ 5 ความมั่นคงในหน้าที่การงาน วันลาหยุด
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในระยะยาว แต่รัฐบาลจำเป็นต้องทำให้ถูกช่วงเวลา และให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายด้วย โดยต้องดูความพร้อมของนายจ้าง พร้อมๆ กับพัฒนาทักษาแรงงานควบคู่ไปด้วย รวมทั้งต้องมีการลดภาษีเพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของภาคเอกชน และรัฐบาลต้องเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพราะไทยจะไม่มีความได้เปรียบเรื่องแรงงานขั้นต่ำแล้ว







