posttoday
'เกรย์' เสริมทัพ มุ่งชื่อเสียง-ประสิทธิภาพ

'เกรย์' เสริมทัพ มุ่งชื่อเสียง-ประสิทธิภาพ

29 เมษายน 2554

บริษัท เกรย์ (ประเทศไทย) เอเยนซีเก่าแก่ที่อยู่ในประเทศไทยมานานและเปลี่ยนผู้บริหารหลายรุ่น

บริษัท เกรย์ (ประเทศไทย) เอเยนซีเก่าแก่ที่อยู่ในประเทศไทยมานานและเปลี่ยนผู้บริหารหลายรุ่น

โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

บริษัท เกรย์ (ประเทศไทย) เอเยนซีเก่าแก่ที่อยู่ในประเทศไทยมานานและเปลี่ยนผู้บริหารหลายรุ่น ล่าสุดอยู่ภายใต้การบริหารของ ภัทรพร วงศ์มีศักดิ์ ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร และผู้จัดการประจำประเทศไทยที่เข้ารับตำแหน่งได้ประมาณ 2 ปี

วันนี้ เกรย์ (ประเทศไทย) เสริมทัพด้วยครีเอทีฟที่มีประสบการณ์เกือบ 20 ปี อย่าง สุวิทย์ จตุริยสัจจกุล และ วิชิต เจียมศิริกาญจน์ สองคู่หูในวงการโฆษณา มาร่วมทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ (Executive Creative Director) เพื่อทำให้เกรย์บรรลุเป้าหมายในการเป็นเอเยนซีที่สร้างชื่อเสียงและประสิทธิภาพให้ลูกค้า (Famous & Effective)

ภัทรพร กล่าวว่า แนวคิด Famous & Effective หรือการยึดถือผลประโยชน์และผลกำไรของลูกค้า เป็นนโยบายของเกรย์ทั่วโลกที่ใช้มากว่า 92 ปีแล้ว และในประเทศไทยได้ยึดหลักในแนวทางนี้มาโดยตลอด แต่การเข้ามาของคู่หูครีเอทีฟครั้งนี้ จะทำให้ภาพของการเป็นเอเยนซีที่ Famous & Effective ชัดเจนยิ่งขึ้น

'เกรย์' เสริมทัพ มุ่งชื่อเสียง-ประสิทธิภาพ

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ เราก็สามารถประคองตัวมาได้ เพราะการเป็นเอเยนซีขนาดเล็กแม้จะได้รับผลกระทบมากจากวิกฤตในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อฟื้นตัวจะพื้นได้เร็วและพร้อมจะก้าวไปข้างหน้า” ภัทรพร กล่าว

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา เกรย์ (ประเทศไทย) มีบิลลิง 500 ล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน บิลลิงนี้มาจากการรับทำโฆษณา ไม่รวมรายได้จากค่าสื่อที่ปัจจุบันงบก้อนนี้โยกไปอยู่กับมีเดีย เอเยนซี ขณะที่ปีนี้บริษัทคาดว่าจะเติบโต 20% หรือมีบิลลิง 600 ล้านบาท

ยุทธศาสตร์หลักของเกรย์ (ประเทศไทย) ในการขยายฐานธุรกิจปีนี้ คือ การมุ่งขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ตลาดไม่แข่งขันสูง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมภาคการผลิต โรงพยาบาล และธุรกิจการศึกษา เป็นต้น ซึ่งถือว่ายังเป็นน่านน้ำสีคราม ไม่แข่งขันดุเดือดเหมือนเรด โอเชียน อย่างกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

ภัทรพร ระบุว่า ช่วงหลังลูกค้าที่ได้มา เช่น ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เซอร์เทนตี้ ของบริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล สายการบินเอมิเรตส์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ซอลเจลล่า และเคเบิลทีวี ฟอกซ์ แชนแนล ถือเป็นกลุ่มสินค้าที่การแข่งขันไม่สูงมาก และมีโอกาสคิดงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ

ปัจจุบันลูกค้าหลักของเกรย์ อาทิ พีแอนด์จี ผลิตภัณฑ์แพนทีน ดาวนี่ แอมบิเพอร์ พริงเกิลส์ บริษัท แกล็กโซ สมิธ ไคลน์ ผลิตภัณฑ์เซนโซดายน์ โพลิเดียนและพาราดอนแทค รวมทั้งกรุงไทยแอกซ่า เป็นสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ 60% ลูกค้าในประเทศ 40% ปีนี้จะปรับสัดส่วนเป็น 50:50

ภัทรพร กล่าวว่า ปีนี้จะเน้นการปรับสัดส่วนลูกค้าระหว่างไทยและต่างชาติให้อยู่ในสัดส่วนที่เท่ากัน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างลูกค้า เพราะจากปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรป ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ยังชะลอการใช้งบโฆษณา ดังนั้นบริษัทแม่จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับตลาดเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโต ทั้งไทย เวียดนาม อินเดีย และจีน เป็นต้น

การเสริมทัพด้วยสองคู่หูฝ่ายสร้างสรรค์อย่างสุวิทย์และวิชิต จะช่วยการทำงานเป็นทีมกับภัทรพรมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากทั้ง 3 คนเคยทำงานร่วมกันมาก่อน แต่ได้แยกย้ายไปทำงานกับเอเยนซีขนาดใหญ่ ผ่านประสบการณ์มามากมาย และเลือกที่จะกลับมาร่วมงานด้วยกันอีกครั้ง

“ความสวยงามของเอเยนซีขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก คือ ความคล่องตัว ปรับเปลี่ยนไว้ และโอกาสสร้างสรรค์และคิดงานใหม่ๆ การเข้าถึงและเข้าหาลูกค้าด้วยตัวเอง” ภัทรพร กล่าว

ขณะที่สุวิทย์ กล่าวว่า การอยู่เอเยนซีใหญ่หรือเล็กไม่ใช่ประเด็นหลัก ทีมงานเป็นเรื่องสำคัญกว่า จะทำให้การสร้างสรรค์งานให้ลูกค้ามีประสิทธิภาพ และทุกวันนี้เอเยนซีขนาดใหญ่ไม่ได้มีข้อได้เปรียบเอเยนซีขนาดเล็ก ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน หัวใจสำคัญ คือ ความคิดสร้างสรรค์ต่างหาก

เช่นเดียวกับเรื่องดิจิตอล ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของที่แวดวงการตลาดและโฆษณาตื่นตัวกันค่อนข้างมาก แต่สำหรับประเทศไทยยังเป็นเรื่องห่างไกล โทรทัศน์ยังเป็นสื่อหลัก แต่แนวโน้มเรื่องดิจิตอลเป็นสิ่งที่เอเยนซีต้องปรับตัวให้ทัน และขึ้นอยู่กับสินค้าแต่ละกลุ่มที่เหมาะจะใช้สื่อไหนอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เนื้อหาของการสื่อสารสำคัญมากกว่าช่องทาง

“การสื่อสารก็เหมือนการขับรถ ถ้าขับเป็น ไม่ว่ารถอะไรก็สามารถขับได้” ภัทรพร กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท