
กสิกรตั้งเป้ารีไฟแนนซ์เอสเอ็มอีเดือนละ7พันล.
“กสิกร” ตั้งเป้ารีไฟแนนซ์เอสเอ็มอีขั้นต่ำเดือนละ 7 พันล้าน หวังโต 2 เท่าของตลาด หวั่นปิดด่านชายแดนเขมรยึดเยื้อกระทบลูกค้า
“กสิกร” ตั้งเป้ารีไฟแนนซ์เอสเอ็มอีขั้นต่ำเดือนละ 7 พันล้าน หวังโต 2 เท่าของตลาด หวั่นปิดด่านชายแดนเขมรยึดเยื้อกระทบลูกค้า
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี ธนาคารมียอดอนุมัติสินเชื่อเอสเอ็มอีไปแล้ว 7 หมื่นล้านบาท หรือ เติบโตขึ้น 2 % จากเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ 8-10 % โดยในจำนวนนี้เป็นการรีไฟแนนซ์มาจากธนาคารอื่นถึง 2.8 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้ารีไฟแนนซ์สินเชื่อมาจากธนาคารอื่นถึง 30-40 % จากเป้าสินเชื่อรวม หรือ เฉลี่ยเดือนละ 7 พันล้านบาท ขณะที่เอ็นพีแอลมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 3.7 เป็น 4 %
“ในปีนี้เราต้องการให้สินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโตเป็น 2 เท่าของตลาดที่มีการเติบโตเฉลี่ยที่ 5 % และต้องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 30 % ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องดึงลูกค้าของธนาคารอื่นมาด้วย ซึ่งในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เรามีสัดส่วนสินเชื่อที่รีไฟแนนซ์อยู่ที่ 30-40 %” นายปกรณ์ กล่าว
นายปกรณ์ กล่าวว่า สินเชื่อที่เติบโตได้ดีในปีนี้จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจ ค้าปลีก ค้าส่ง เกษตร ชิ้นส่วนยานยนต์และส่งออก โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่มีการเติบโตขึ้นถึง 31 % ในไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ธนาคารกำลังจับตาดูสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ที่มีการปิดด่านการค้าชายแดนไปแล้ว 2 แห่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าว โดยหากเหตุการณ์ยังมีแนวโน้มยึดเยื้อ ธนาคารก็พร้อมที่จะเข้าไปดูแลและให้ความช่วยเหลือ
“ขณะนี้เรามีลูกค้าที่มีการค้าขายตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ราว 2,300 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาทหรือ 0.8 % ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด ส่วนใหญ่จะทำธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งและเกษตร อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการร้องขอความช่วยเหลือเข้ามา ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย ซึ่งต้องจับตาดูสถานการณ์ต่อไป” นายปกรณ์ กล่าว







