
ส่อเลื่อนยาง8แสนไร่
ล็อตแรก2แสนไร่คาดไปปีหน้าโยนรัฐรับผิดเกษตรกรคอยเก้อ
ล็อตแรก2แสนไร่คาดไปปีหน้าโยนรัฐรับผิดเกษตรกรคอยเก้อ
โครงการยาง 8แสนไร่ ส่อเลื่อนไปปีหน้า เหตุยังไร้แววประมูลกล้ายาง
นายเพิก เลิศวางพงศ์ ประธาน ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) ในฐานะคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ (กนย.) เปิดเผยว่า โครงการปลูกยางพารา 8 แสนไร่ ประเดิมล็อตแรก 2 แสนไร่ปีนี้ แนวโน้มคงต้องเลื่อนไปเริ่มปี 2555 แทน เพราะตามกำหนดการเดิมต้องเริ่มเดือน พ.ค.ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นฤดูเหมาะสมในการเพาะปลูกของภาคอีสานและภาคเหนือ ส่วนภาคใต้ได้ถึงเดือน ส.ค. แต่ขณะนี้การดำเนินงานยังไม่พร้อม
ปัญหาหลัก คือ ยังไม่มีการเปิดประมูลกล้ายาง เพราะ กนย.ยังไม่อนุมัติราคาประมูล เนื่องจากตั้งไว้ 18 บาทต่อต้น แต่ถูกขอเพิ่มราคาเป็น 2530 บาทต่อต้น อีกทั้งราคาในตลาดก็ถูกปั่นให้ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 4060 บาทต่อต้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้หากเลื่อนออกไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในวงกว้าง เนื่องจากหลายรายเตรียมการไว้แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีความสงสัยเกิดขึ้นในกระบวนการสำรวจแปลงต้นกล้ายางพาราของกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า มีต้นกล้ายางพาราถึง 300 ล้านต้น แต่รัฐบาลกลับไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับทราบ
“ขณะนี้วงการยางพาราโดยเฉพาะสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. ได้ถูกการเมืองแทรกแซง โดยคณะกรรมการ สกย. 6 คน เป็นคนของพรรคการเมือง ไม่มีตัวแทนชาวสวนยางพาราจริงๆ ดังนั้นในการดำเนินการเรื่องยางพาราจึงน่าหวั่นวิตกมาก ด้วยงบประมาณของ สกย.แต่ละปี ก็มีมากถึง 1.5 หมื่นล้านบาท” นายเพิก กล่าว
ด้านนายจิรากร โกศัยเสวีอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (กสย.) กล่าวว่า ที่ประชุม กสย. มีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพิ่มเกณฑ์คืนสิทธิเงินค่าธรรมเนียมส่งออกยาง หรือเงินเซสส์ โดยใช้สต๊อกยางพาราที่สกย. สำรวจไว้ระหว่างวันที่ 20-30 ก.ย. 2553 ซึ่งสต๊อกยางพาราที่สำรวจพบว่ามีปริมาณ 387,181ตัน จะได้รับสิทธิคืนเงินส่วนต่าง 3.60 บาทต่อ กก. ยึดตามการส่งออกจริง







