posttoday
สิงคโปร์ฮุบอสังหาฯไทย-ญี่ปุ่น

สิงคโปร์ฮุบอสังหาฯไทย-ญี่ปุ่น

26 เมษายน 2554

ระบุไทยผลตอบแทนสูง25%เท1.8หมื่นล.ซื้อโรงแรมญี่ปุ่น

ระบุไทยผลตอบแทนสูง25%เท1.8หมื่นล.ซื้อโรงแรมญี่ปุ่น

กลุ่มซีดีแอล ทุนสิงคโปร์ เดินหน้าซื้ออสังหาฯ ไทย ล่าสุดซื้อลากูน่า บีช รีสอร์ท ภูเก็ตโรงแรมญี่ปุ่นอีก 19 แห่ง

นายสุชาติ เจียรานุสสติ กรรมการ บริษัท เอ็ม เรสซิเดนซ์ ในเครือซิตี้ ดิเวลลอปเม้นท์ (ซีดีแอล) ผู้ประกอบธุรกิจกองทุนอสังหาริมทรัพย์จากประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยว่า การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทยแม้จะมีทิศทางการลงทุนที่ดี แต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามหากเทียบกับภูมิภาคเดียวกันราคาอสังหาริมทรัพย์ของไทยถือว่าต่ำมาก และยังมีผลตอบแทนการลงทุนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีคือ 15-25% ต่อปี

ล่าสุดทางกลุ่มได้ซื้อโรงแรมลากูน่า บีช รีสอร์ท ภูเก็ต ซึ่งเป็นโรงแรมขนาด 254 ห้อง ด้วยงบประมาณ 1,500 ล้านบาท และยังได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมผ่านกองทุนนิปปอน โฮเต็ล 8985 จำนวน 19 แห่ง ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผลจากการเกิดสึนามิทำให้การซื้อขายง่ายขึ้น เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าที่เจรจา 20% อยู่ภายใต้งบประมาณ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือน ธ.ค. 2553 บริษัทได้ซื้อสินทรัพย์รอการขายจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) เป็นอาคารสร้างค้างบนถนนบอนด์สตรีทในโครงการเมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ 3 อาคารมูลค่ารวม 238 ล้านบาท มาพัฒนาเป็นโครงการ เอ็ม โซไซตี้ มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท

ด้านนายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส กล่าวว่า ภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาสแรกปีนี้ที่มี 112 โครงการ จำนวน 28,683 หน่วย รวมมูลค่าการพัฒนาทั้งหมด 68,749 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในส่วนของจำนวนโครงการขยายตัว 8% และจำนวนหน่วยขยายตัว 10%

การขยายตัวดังกล่าวคาดว่าเป็นผลจากการที่ผู้ประกอบการเตรียมแผนเปิดตัวโครงการไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปีที่ผ่านมา อีกทั้งจำนวนโครงการเปิดใหม่ในช่วงไตรมาสแรกของปีก่อนไม่ได้สูงนักประมาณ 104 โครงการ จำนวน 26,112 หน่วย คิดเป็นมูลค่ารวม 69,089 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม้จำนวนโครงการจะเพิ่มสูงขึ้น แต่มูลค่ารวมกลับลดลง เป็นผลจากการที่ราคาเฉลี่ยต่อยูนิตลดลง 9% จาก 2.646 ล้านบาทต่อหน่วย เหลือ 2.397 ล้านบาทต่อหน่วยนอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าทั้งปี 2554 นี้ราคาเฉลี่ยต่อยูนิตจะลดลง 7% แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว ราคาบ้านไม่ได้ลดลง แต่เป็นผลจากการที่ผู้ประกอบการออกห้องชุดราคาถูกจำนวนมาก ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยจึงลดลง ขณะที่ภาพรวมทั้งปีคาดว่า จะมีจำนวนโครงการเปิดใหม่เพียง 426 โครงการ จำนวน 108,995 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 261,246 ล้านบาท ในจำนวนโครงการจะลดลง 4% และจำนวนหน่วยลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีการดูดซับดีที่สุดในไตรมาสแรกประเมินจากการปิดการขายภายในเดือนแรกที่เปิดตัว คือ กลุ่มอาคารพาณิชย์ ขายได้ 35% รองลงมาเป็น ห้องชุด 32% บ้านแฝด 15% ทาวน์เฮาส์ 12% และบ้านเดี่ยว มีการดูดซับเพียง 8% เท่านั้น โดยเฉพาะบ้านระดับราคาสูง มีการขายที่ช้าลง ส่วนภาพรวมการขายเฉลี่ยของโครงการเปิดใหม่ในเดือนแรกอยู่ที่ 20%

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท